ผู้ว่าฯ ปทุมธานีเผยเขื่อนบางไทรระบายน้ำ 2,800 ลบ.ม./วินาทีไม่กระทบ "ปทุมธานี-นนทบุรี-กทม."

ผู้ว่าฯ ปทุมธานีเผยเขื่อนบางไทรระบายน้ำ 2,800 ลบ.ม./วินาทีไม่กระทบ "ปทุมธานี-นนทบุรี-กทม."

ผู้ว่าฯ ปทุมธานีเผยเขื่อนบางไทรระบายน้ำ 2,800 ลบ.ม./วินาทีไม่กระทบ "ปทุมธานี-นนทบุรี-กทม."

รูปข่าว : ผู้ว่าฯ ปทุมธานีเผยเขื่อนบางไทรระบายน้ำ 2,800 ลบ.ม./วินาทีไม่กระทบ "ปทุมธานี-นนทบุรี-กทม."

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเผยเขื่อนบางไทรระบายน้ำ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีไม่กระทบ จ.ปทุมธานี, นนทบุรี และกรุงเทพฯ ส่วนปัจจัยเสี่ยงน้ำท่วม 3 ปัจจัย ได้แก่ น้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำหนุน

วันนี้ (27 ต.ค.2560) นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยภายหลังจากสอบถามข้อมูลจากนายธานินทร์ เนื่องทศเทศ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานีว่า แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี รองรับน้ำมาจากจุดระบายน้ำบางไทรใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนี้ระบายประมาณ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แม้ว่าจะมากกว่าเขื่อนเจ้าพระยาใน จ.ชัยนาท ซึ่งระบายน้ำที่ระดับ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อยู่ประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ไม่มีนัยสำคัญที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมใน จ.ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

 

 

 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงจากน้ำท่วมมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.น้ำฝน ซึ่งชลประทานฯ ระบุว่าตอนนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าฝนน้อยแล้ว ไม่มีผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำใน จ.ปทุมธานี, 2.น้ำเหนือ น้ำที่มาจาก จ.นครสวรรค์ เมื่อมาถึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จะมีน้ำน้อยลง ส่งผลให้มีการระบายลดลงต่อเนื่อง จึงไม่ส่งผลกระทบเช่นกัน และ 3. น้ำหนุน คาดว่าน่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากที่สุด ซึ่งน้ำหนุนจากแม่น้ำเจ้าพระยาในเดือน พ.ย.จะมี 3 ครั้ง คือตั้งแต่วันที่ 3-4 พ.ย., กลางเดือน พ.ย. และวันที่ 23-25 พ.ย. ซึ่งปลายเดือน พ.ย.จะหนุนสูงสุด และทำให้มีระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพิ่มอีกประมาณ 20 เซนติเมตร

 

 

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ซึ่งระบุว่าจะมีการปล่อยน้ำหลังจากวันที่ 26 ต.ค.นี้ว่า ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานียืนยันไม่เป็นความจริง และจะเสนออธิบดีกรมชลประทาน ฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่ปล่อยข่าวตามความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ปทุมธานี พบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ซึ่งน้ำท่วมขังมานานเป็นเดือนแล้ว ขณะที่การใช้ชีวิตของชาวบ้านหลายคนยังต้องใช้เรือพาย เพื่อเดินทางเข้าออกระหว่างบ้านกับปากซอย ซึ่งบางพื้นที่โดยเฉพาะใน อ.เมือง และ อ.สามโคก ต้องใช้เรือพายมากกว่า 600 เมตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน