เร่งผลักดันน้ำลงทะเลช่วย "อยุธยา-กทม.-ปริมณฑล"

เร่งผลักดันน้ำลงทะเลช่วย "อยุธยา-กทม.-ปริมณฑล"

เร่งผลักดันน้ำลงทะเลช่วย "อยุธยา-กทม.-ปริมณฑล"

รูปข่าว : เร่งผลักดันน้ำลงทะเลช่วย "อยุธยา-กทม.-ปริมณฑล"

แม้ระดับน้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ กำลังลดลง แต่ในภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ยังอยู่ระหว่างการเร่งผลักดันน้ำลงสู่ทะเลทั้งการปล่อยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาและผันลงทุ่ง เพื่อช่วยให้พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วันนี้ (27 ต.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีกระแสข่าวลือว่า กรมชลประทานจะระบายน้ำมาเพิ่มและจะทำให้กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี ถูกน้ำท่วม แต่วันนี้ ท้ายเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ด่านสำคัญที่จะช่วยทำหน้าที่ช่วยชะลอน้ำจากเขื่อนป่าศักดิ์ชลสิทธิ์ เพื่อไม่ให้ไหลไปสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกาะเมือง เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และช่วยตัดยอดน้ำ ไม่ให้ไหลผ่านไปปทุมธานีและนนทบุรีโดยตรง นอกจากนี้ ยังคงทำหน้าที่ช่วยตัดยอดน้ำอย่างเต็มที่ โดยการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักเพียง 320 กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงไปเติมในแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น

ต่างจากสัปดาห์ที่แล้วที่ระบายถึง 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือเป็นอัตราการระบายที่วิกฤต กระทบกับชุมชนท้ายน้ำ อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา หลังมีกระแสข่าวลือว่าจะมีการระบายน้ำเพิ่ม
นายสวัสดิ์ เกลียวงาม ตัวแทนบริษัทเอกชน ที่มีโรงงานผลิตเศษแก้วรีไซเคิล อ.วังน้อย เดินทางมาเฝ้าดูระดับน้ำที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 ด้วยตัวเอง

นายสวัสดิ์ เปิดเผยว่า กลัวปีนี้น้ำมามากผิดปกติ เพราะมีข่าวลือว่าจะมีการระบายน้ำมาเพิ่ม วันนี้ จึงมาดูเพื่อนำไปรายงานให้บริษัททราบ โดยบริษัทให้ตรวจสอบตั้งแต่เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระราม 6 เพราะว่าถ้าน้ำเยอะ จะได้หาทางป้องกันได้ทันท่วงที ไม่เหมือนกับน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554

ด้านนายอำพล ฤทธิ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ กล่าวว่า กรมชลประทานไม่ได้ระบายน้ำเพิ่ม โดยเฉพาะเขื่อนพระราม 6 พยายามตัดยอดน้ำวันละ 243 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่คลองระพีพัฒน์ด้วยซ้ำ และระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเพียง 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้แม่น้ำเจ้าพระยาวิกฤตไปมากกว่านี้ และย้ำว่าการตัดยอดน้ำจะทำให้เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาไม่มีน้ำไหลไปเติมมาก รวมถึงมวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่จะไหลลงไป ไม่ได้มากพอที่จะทำให้น้ำท่วมปทุมธานีและนนทบุรีตามกระแสข่าวลือแต่อย่างใด โดยขณะนี้ ต้นน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฝนไม่ตกแล้ว และเขื่อนลดการระบายน้ำ ดังนั้น น้ำจากป่าสักจะไม่มากไปกว่านี้แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เกิดน้ำท่วม

ขณะที่จากการสำรวจปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเกาะเมือง เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาแตะระดับวิกฤตแล้ว และล้นตลิ่งชุมชนลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วหลายชุมชน ส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่องถึง 3 วัน ซึ่งในวันนี้ น้ำเริ่มทรงตัว ดังนั้น ความเสี่ยงของเกาะเมือง หากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่แล้ว ระดับน้ำก็จะค่อยๆ ลดลง เนื่องจากขณะนี้ เขื่อนเจ้าพระยาไม่ได้เพิ่มการระบายน้ำ

 

กลับขึ้นด้านบน