จ่อใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ "ศาสนสถาน-ร.ร." ปีหน้า

จ่อใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ "ศาสนสถาน-ร.ร." ปีหน้า

จ่อใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ "ศาสนสถาน-ร.ร." ปีหน้า

รูปข่าว : จ่อใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ "ศาสนสถาน-ร.ร." ปีหน้า

กรมสรรพากร เตรียมกำหนดให้หน่วยรับบริจาคทั้งสถานศึกษาและศาสนสถาน บันทึกข้อมูลการรับบริจาคในระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ม.ค.2561

วันนี้ (30 ต.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมพระสังฆาธิการชั้นเจ้าคณะ เจ้าคณะอำเภอ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ขอความร่วมมือศาสนสถาน 436 แห่ง จ.น่าน ทำบัญชีการเงิน การเปิดบัญชีเงินฝากของวัด และการจัดเก็บเงินให้ถูกต้องตามระเบียบที่กำหนด พร้อมชี้แจงข้อมูลและซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเริ่มใช้จริงเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ม.ค.2561

ปัจจุบัน จ.น่าน มีศาสนสถานที่จดทะเบียนถูกต้อง 436 แห่ง แบ่งเป็น วัด 356 วัด และสำนักสงฆ์ 80 แห่ง ที่ผ่านมา ร้อยละ 80 มีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และยังพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขณะนี้ให้ศาสนสถานที่จะเข้าร่วมระบบดังกล่าว ต้องลงทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลเพื่อขอรับเลขประจำตัวหน่วยรับบริจาค

ขณะที่นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เตรียมลงนามออกประกาศกรมสรรพากร กำหนดให้หน่วยรับบริจาคทั้งสถานศึกษา ศาสนสถานที่ได้รับเงินบริจาคเงิน หรือทรัพย์สิน ต้องบันทึกข้อมูลการรับบริจาคในระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ก่อนใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ม.ค.2561 โดยสั่งการให้สรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ ทำความเข้าใจกับหน่วยงานรับบริจาคทั้งโรงเรียน วัด โบสถ์ สุเหร่า และมัสยิด ต้องลงทะเบียนเพื่อออกหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561

ทั้งนี้ ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์จะไม่เปิดให้บันทึกข้อมูลบริจาคย้อนหลัง ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากร ยืนยันว่าระบบดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเก็บภาษีวัดและสถานศึกษา เนื่องจากได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว แต่จะเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้ผู้เสียภาษี โดยไม่ต้องรวบรวมหลักฐานใบอนุโมทนาบัตร หรือใบเสร็จ มายื่นขอหักลดหย่อนภาษี ซึ่งจะช่วยให้ได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน