เตรียมรับมือคลื่นลมแรง ฝนตกหนัก จ.นครศรีธรรมราช

เตรียมรับมือคลื่นลมแรง ฝนตกหนัก จ.นครศรีธรรมราช

เตรียมรับมือคลื่นลมแรง ฝนตกหนัก จ.นครศรีธรรมราช

รูปข่าว : เตรียมรับมือคลื่นลมแรง ฝนตกหนัก จ.นครศรีธรรมราช

นับจากวันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป ภาคใต้มีโอกาสจะเกิดฝนตกหนักถึง 7 วัน 7 คืน ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน จ.นครศรีธรรมราช คือ หนึ่งในจังหวัดที่คาดการณ์ว่า มีความเสี่ยงสูง

วันนี้ (30 ต.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัญชัย รักสนิท ชาวประมงพื้นบ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นำเรือขึ้นจอดหลบคลื่นลมตามแนวชายฝั่ง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนจะมีฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ซึ่งชาวประมงบอกว่า นอกจากสังเกตความแรงของคลื่นลมแล้วยังต้องติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นการเฝ้าระวังต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากชายฝั่งแหลมตะลุมพุกเป็นพื้นที่อ่อนไหวจากภัยทางธรรมชาติ

พายุโซนร้อนแฮเรียต เคยพัดขึ้นฝั่งบริเวณแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2505 ซึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมากและมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน

นางหนูนิต จิตนาธรรม ชาวบ้านแหลมตะลุมพุกในวัย 82 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเล่าว่า ขณะพายุพัดขึ้นฝั่ง ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก คลื่นสูงจนถึงหลังคาบ้านโดยตนเองต้องพาลูกขึ้นเรือไปหลบอยู่กลางป่า โดยต้องกินมะพร้าวประทังชีวิตอยู่หลายวันจนสามารถรอดชีวิตมาได้

ด้านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากซึ่งอาจเกิดขึ้นในระยะ 2-3 วันข้างหน้าว่า ทุกภาคส่วนได้วางแผนรับมือไว้แล้วซึ่งเน้นความรวดเร็วในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยให้ความสำคัญต่อการทำงานจากพื้นที่ในระดับตำบล ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่เป็นลำดับแรก

สำหรับประชาชนในพื้นที่แหลมตะลุมพุกหลายครอบครัวบอกว่า ขณะนี้ได้เตรียมข้าวสารอาหารแห้งไว้เพื่อรองรับฤดูมรสุม ซึ่งมีฝนตกหนักและคลื่มลมแรงหลายวันและหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินก็พร้อมที่จะอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยซึ่งทางราชการกำหนดไว้ให้ แต่อาจต้องมีตัวแทนส่วนหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ที่จำเป็นต้องอยู่กับบ้านเพื่อดูแลทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ในขณะนี้เรือประมงขนาดเล็กได้ถูกนำขึ้นมาจอดหลบคลื่นลมบริเวณชายฝั่งเกือบทั้งหมดแล้ว นอกจากเพื่อป้องกันอันตรายจากการออกทะเลแล้ว ชาวประมงยังใช้เวลาในช่วงนี้ซ่อมแซมเรือและอุปกรณ์จับสัตว์น้ำด้วย ส่วนคลื่นลมในทะเลขณะนี้เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน