"คลัง" เล็งช่วยเก็บเงินฝาก 10 ปี เจ้าของบัญชีไม่เคลื่อนไหว

"คลัง" เล็งช่วยเก็บเงินฝาก 10 ปี เจ้าของบัญชีไม่เคลื่อนไหว

"คลัง" เล็งช่วยเก็บเงินฝาก 10 ปี เจ้าของบัญชีไม่เคลื่อนไหว

รูปข่าว : "คลัง" เล็งช่วยเก็บเงินฝาก 10 ปี เจ้าของบัญชีไม่เคลื่อนไหว

กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาร่างกฎหมายดึงเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวระยะ 10 ปี ตั้งแต่ไม่เกิน 2,000 บาท เข้าเงินคงคลังในเดือน ธ.ค.นี้ หลังพบมียอดรวมกว่า10,000 ล้านบาท ยืนยันว่าจะไม่นำเงินฝากดังกล่าวไปใช้สาธารณะประโยชน์ แต่เป็นการเก็บให้กับประชาชน

วันนี้ (31 ต.ค.2560) นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.เตรียมสรุปร่างกฎหมายการบริหารจัดการเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงินเข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี ภายในเดือนธ.ค.นี้ จากนั้นจะมีการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งในชั้นการพิจารณาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร่างกฎหมายได้

โดยยืนยันว่าทาง สศค.มีเจตนาที่ดีในการร่างกฎหมายขึ้นมา โดยในร่างไม่ได้ระบุว่า จะมีการนำเงินฝากดังกล่าวไปใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือเก็บไว้ใช้เป็นเงินแผ่นดิน แต่หลักการของร่างกฎหมาย คือ กระทรวงการคลัง จะนำเงินฝากในสถาบันการเงินของประชาชน ที่มีเงินในบัญชีเกิน 2,000 บาทขึ้นไป และไม่มีการเคลื่อนไหวใน 10 ปี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 10,000 ล้านบาท มาจัดเก็บไว้ในเงินคงคลัง โดยผู้ฝากผู้ฝาก หรือทายาทแจ้งขอถอนเงินคืนได้ตลอดเวลา

ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ทั้งผู้ฝากเงิน และสถาบันการเงิน โดยผู้ฝากเงินหากบัญชีไม่เคลื่อนไหวสถาบันการเงินก็จะคิดค่าดูแลบัญชี ซึ่งจะตัดออกจากบัญชีเป็นรายปี ส่วนสถาบันการเงินจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรักษาบัญชี และลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเงินฝากที่จะต้องคิดจากฐานเงินฝาก

โดยในต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา มีการบริ หารจัดการเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของ สถาบันการเงิน เพราะตามหลักการเงินดังกล่าวนอนไว้ในระบบอย่างเดียว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ สศค.จึงจะดูแลให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดอย่างไรก็ตาม จะต้องขึ้นอยู่กับผลการทำประชาพิจารณ์ก่อน และสรุปเพื่อเสนอ ครม.พิจารณาร่างพ.ร.บ.การบริหารจัดการเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน

กลับขึ้นด้านบน