ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์สั่งหาทางสำรองกรณีฉุกเฉิน หวั่นซ้ำรอยเหตุน้ำกัดเซาะสะพานพัง 2 แห่ง

ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์สั่งหาทางสำรองกรณีฉุกเฉิน หวั่นซ้ำรอยเหตุน้ำกัดเซาะสะพานพัง 2 แห่ง

ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์สั่งหาทางสำรองกรณีฉุกเฉิน หวั่นซ้ำรอยเหตุน้ำกัดเซาะสะพานพัง 2 แห่ง

รูปข่าว : ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์สั่งหาทางสำรองกรณีฉุกเฉิน หวั่นซ้ำรอยเหตุน้ำกัดเซาะสะพานพัง 2 แห่ง

แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ไม่หวั่นน้ำท่วมรอบใหม่ หลังน้ำกัดเซาะสะพานหนองหญ้าปล้องและสะพานวังยาวพังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สั่งให้หาทางสำรองกรณีฉุกเฉิน

วันนี้ (1 พ.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาที่ถนนทางหลวงหมายเลข 4 เพชรเกษม ช่วงบริเวณสะพานหนองหญ้าปล้อง หลักกิโลเมตรที่ 365 + 628 และสะพานวังยาว หลักกิโลเมตรที่ 386 + 542 เพื่อติดตามสถานการณ์การซ่อมแซมสะพาน ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยสะพานทั้ง 2 แห่งเคยเกิดเหตุพังและขาด เนื่องจากถูกแรงน้ำกัดเซาะ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้การจราจรบนถนนเพชรเกษม ขาล่องและขาขึ้น เป็นอัมพาต รถติดข้ามวันข้ามคืน จนกระทั่งทำสะพานเบลีย์ชั่วคราวแล้วเสร็จ สถานการณ์ดังกล่าวจึงคลี่คลายลง

 

 

 

นายอภิชาติ ชาญธัญกร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การซ่อมแซมสะพานทั้ง 2 แห่งแล้วเสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคมและเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีการเสริมคอนกรีตและทำกำแพงหนาขึ้น เพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะคอสะพาน ซึ่งกำแพงมีความหนาประมาณ 20 เซนติเมตร โดยปกติแล้ว จะไม่ก่อสร้างกำแพง แต่เคยมีประสบการณ์และเกิดความเสียหายมากมาแล้ว จึงสร้างไว้เพื่อป้องกัน โดยเฉพาะการป้องกันท่อนซุงไหลกระแทก

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน