คลังสั่งหน่วยงานเชื่อม Big Data อุดช่องโหว่เงินภาษีรั่วไหล

คลังสั่งหน่วยงานเชื่อม Big Data อุดช่องโหว่เงินภาษีรั่วไหล

คลังสั่งหน่วยงานเชื่อม Big Data อุดช่องโหว่เงินภาษีรั่วไหล

รูปข่าว : คลังสั่งหน่วยงานเชื่อม Big Data อุดช่องโหว่เงินภาษีรั่วไหล

กระทรวงการคลังเร่งให้หน่วยงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร ขณะที่กรมสรรพสามิตเตรียมใช้สติ๊กเกอร์และคิวอาร์โค้ดติดในสุราและบุหรี่ ป้องกันหลบเลี่ยงภาษี

กรมสรรพสามิต เปิดศูนย์บัญชาการกรมสรรพสามิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและจัดเก็บภาษี และเชื่อมกับการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ของกระทรวงการคลัง หรือ Big Data

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า นอกจากกรมสรรพสามิตแล้ว ยังมอบหมายให้กรมสรรพากรและกรมศุลกากร พัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมกับ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษีและลดการรั่วไหล เพราะสามารถเรียกดูข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ทั้งข้อมูลการจัดเก็บภาษี, ข้อมูลการนำเข้าสินค้า ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยลดการทุจริตคอรัปชันได้ด้วย

ในส่วนของกรมสรรพสามิต จะนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงแสตมป์สรรพสามิตเป็นรูปแบบสติ๊กเกอร์ให้ทันสมัยขึ้น ทดแทนแสตมป์ซึ่งใช้มานานกว่า 40-50 ปีและทำให้เกิดการปลอมแปลง หรือการลอกแสตมป์เก่ามาติดในสินค้าใหม่ เพื่อหลบเลี่ยงภาษี

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ขณะนี้ให้มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ศึกษาระบบการใช้สติ๊กเกอร์ในสินค้าสุราและบุหรี่ เพื่อใช้ตรวจสอบสินค้าว่ามีการชำระภาษีถูกต้องหรือไม่ รวมถึงจะมีคิวอาร์โค้ดติดที่สินค้า ไม่สามารถลบออกได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ว่าสินค้ามาจากโรงงานไหน โดยจะเร่งดำเนินการให้ทันปีงบประมาณ 2561 เพื่อเพิ่มการจัดเก็บได้ร้อยละ 7-8

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของกรมศุลกากรและกรมสรรพากร ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ แต่ยอมรับว่ากรณีที่กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงจากประมาณการน้ำมันไว้ที่ราคา 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาเรล ส่งผลให้รายได้ลดลง

กลับขึ้นด้านบน