ปภ.กำชับจังหวัดภาคใต้รับมือน้ำท่วมระลอกใหม่

ปภ.กำชับจังหวัดภาคใต้รับมือน้ำท่วมระลอกใหม่

ปภ.กำชับจังหวัดภาคใต้รับมือน้ำท่วมระลอกใหม่

รูปข่าว : ปภ.กำชับจังหวัดภาคใต้รับมือน้ำท่วมระลอกใหม่

ปภ.ประสานจังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก โดยเฉพาะนราธิวาส พบระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก มีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนสนามบินนครศรีธรรมราช เตรียมแผนรับมือน้ำท่วมทั้งระยะสั้น และระยะยาว ด้วยการทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วม คาดแล้วเสร็จปี 2562

วานนี้ (10 พ.ย.2560) นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.เปิดเผยว่า จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ายังมีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ยังมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักในบางแห่ง ทางปภ.จึงประสานให้จังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงภัยภาคใต้ เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส 

เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตเทศบาลสุไหงโก-ลก โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด



ด้านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงปลายปีอาจจะมีมรสุมเกิดขึ้น หากมีฝนตกลงมา การระบายน้ำได้เร็วจะช่วยป้องกันน้ำท่วมได้ จึงฝากเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังติดตามข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิด

นายปราโมทย์ แก้วบุญชู หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยานครศรีธรรมราช  กล่าวว่า ขณะนี้มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 2,400 มิลลิเมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะในช่วงนี้มีฝนตกหนัก บนเขาสูงมีน้ำหลากลงมา อาจทำให้มีภาวะน้ำท่วมเกิดขึ้นได้

นายสุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมว่าได้วางกระสอบทรายรอบสนามบิน เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ของสนามบิน รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง พร่องน้ำ สูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มของสนามบิน สำหรับระยะยาวจะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม คาดแล้วเสร็จปลายปี 2562


สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนอุบลรัตน์ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.- 9 พ.ย.นี้ ทำใหเกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 23 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 126,390 ครัวเรือน 327,420 คน ผู้เสียชีวิต 18 คนปัจจุบันยังคงมีสถาน การณ์ใน 11 จังหวัด ประกอบด้วย พิจิตร นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ประชาชนได้รับผลกระทบ 233,180 คน อพยพ 47 ครัวเรือน

พื้นที่ภาคใต้อุทกภัยจากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 1 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ทับสะแก และอ.บางสะพานรวม 5 ตำบล ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยต่อไป

กลับขึ้นด้านบน