สตช.ทวงคืน "เกาะหลีเป๊ะ"นายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท-ตำรวจอยู่เพิง

สตช.ทวงคืน "เกาะหลีเป๊ะ"นายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท-ตำรวจอยู่เพิง

สตช.ทวงคืน "เกาะหลีเป๊ะ"นายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท-ตำรวจอยู่เพิง

รูปข่าว : สตช.ทวงคืน "เกาะหลีเป๊ะ"นายทุนฮุบสร้างรีสอร์ท-ตำรวจอยู่เพิง

พล.ต.อ.วิระชัย ลงพื้นที่ทวงคืนที่ดินเกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา หลังถูกนายทุนบุกรุก 9.5 ไร่ จนต้องสร้างเพิงพักชั่วคราวบนพื้นที่ครึ่งไร่ โดยเดินหน้าทวงคืนหลังศาลฎีกาตัดสินยกฟ้อง พร้อมเตรียมออกหมายเรียกสอบปากคำข้าราชการผู้ใหญ่เอื้อนายทุน

วันนี้ (13 พ.ย.2560) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา จ.สตูล พร้อมเจ้าพนักงานที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อรังวัดที่ดินพิพาท นำชี้แนวเขตที่ดินที่อนุญาตให้ตำรวจสร้างสถานีตำรวจ และบ้านพัก โดยใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ จำนวน 10 ไร่ แต่กลับถูกนายทุนสร้างรีสอร์ทหรู รุกล้ำที่ดินแปลงดังกล่าวถึง 9.5 ไร่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 นาย ต้องสร้างเพิงไม้ชั่วคราวเป็นที่พักในพื้นที่เพียงครึ่งไร่เท่านั้น

โดยเจ้าของรีสอร์ท ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยว่ารุกล้ำที่ดินของตัวเอง แต่สุดท้ายศาลฎีกายกฟ้อง เนื่องจากมีหลักฐานว่าตำรวจได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ถูกต้อง ขณะที่เอกสารสิทธิบนที่ ดินแปลงนี้ บนเกาะหลีเป๊ะของนายทุนมีการอกมาทับที่เขตอุทยานได้อย่างไร

 

 

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมที่นำมาตรวจสอบ ไม่พบร่องรอยการทำกินบนที่ดินพิพาทก่อนสร้างสภ.หลีเป๊ะ ตามที่นายทุนกล่าวอ้างว่าบรรพบุรุษอาศัย และทำกินบนที่ดินมาหลายสิบปี อีกทั้งยังฟ้องขับไล่ตำรวจทั้งที่ได้สิทธิในที่ดินมาโดยมิชอบ ทั้งนี้จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่ามีอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด เป็นผู้สนับสนุน และเอื้อประโยชน์ให้นายทุนทุกเรื่อง ขณะนี้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เตรียมออกหมายเรียกข้าราชการที่มีส่วนพัวพันมาให้ปากคำ หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นก็จะร้องขอออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีต่อไป

โดยราคาที่ดินบริเวณสภ.หลีเป๊ะ ที่พบมีการรุกล้ำเขตอุทยานแห่งชาติ ถึง 9.5 ไร่ ราคาประมาณไร่ละ 30 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 285 ล้านบาท ก่อสร้างเป็นรีสอร์ทหรู ค่าห้องพักคืนละกว่าหมื่นบาท ขณะที่ดินของสภ.หลีเป๊ะ เหลือเพียงแค่แค่ครึ่งไร่เท่านั้น

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพิพาทระหว่างสภ.หลีเป๊ะ กับนายทุนรายนี้ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2555 ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารพักอาศัย เนื่องจากเห็นว่าโจทก์มีชื่อในที่ดินพิพาท ออกโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมที่ดินจังหวัดยังไม่ถูกเพิกถอน ทำให้เชื่อว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท และทาง สภ.หลีเป๊ะ ได้ทำการรื้อถอนบ้านพักออกไปตามคำพิพากษา และ เหลืออยู่เพียงตัวอาคารที่ทำการโรงพัก

ต่อมาเมื่อ 6 ธ.ค.2556 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง จนกระทั่งเมื่อ 8 ส.ค.2559 ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 5697/2559 พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ โดยให้เหตุผลว่า อุท ยานแห่งชาติตะรุเตา อนุญาตให้จำเลยใช้ที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา สามารถก่อสร้างอาคารที่พักเจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจรักษาความปลอดภัยทางทะเล และที่พักอาศัยของผู้บังคับบัญชาบนเกาะหลีเป๊ะได้

 

 

ก่อนหน้านี้ปี 2532 กรมตำรวจในสมัยนั้นได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขที่ สต 0018 (กพ.2) / 2409 ลง 19 มิ.ย.32 เพื่อขอใช้ประโยชน์ที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ เพื่อตั้งเป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลืออุบัติภัยทางทะเล จำนวน 15 ไร่ ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้พื้นที่ได้จำนวน 10 ไร่  และถูกนายทุนรุกพื้นที่ในที่สุด 

 

กลับขึ้นด้านบน