เรียกร้องแจงปม "นักเรียนเตรียมทหาร" ตายปริศนา

เรียกร้องแจงปม "นักเรียนเตรียมทหาร" ตายปริศนา

เรียกร้องแจงปม "นักเรียนเตรียมทหาร" ตายปริศนา

รูปข่าว : เรียกร้องแจงปม "นักเรียนเตรียมทหาร" ตายปริศนา

ญาตินักเรียนเตรียมทหาร ยังกังขาน้องชายเสียชีวิตระหว่างการฝึก หลังทางโรงเรียนเตรียมทหาร ส่งศพกลับมาให้ครอบครัว และบอกว่าเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว แต่ขณะนี้ครอบครัวมีข้อมูลโต้แย้ง เนื่องจากพิศูจน์ศพอีกครั้งพบว่าสมอง หัวใจ กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ หายไป

วันนี้ (20 พ.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิเชษฐ พร้อมด้วย นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชชา ตัญกาญจน์ พ่อแม่ และพี่สาว ของนักเรียนเตรียมทหาร ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ร่วมกันออกมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชนใน จ.ชลบุรีอีกครั้ง เพื่อเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ออกมาชี้แจงให้ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภคพงศ์ ให้ชัดเจนอีกครั้ง

น.ส.สุพิชชา พี่สาวของนักเรียนเตรียมทหาร กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องการความชัดเจนถึงสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง เนื่องจากหลังนำศพไปพิสูจน์เองพบว่าน้องชายมีบาดแผลบอบช้ำทั่วร่างกาย กระดูกซี่โครงหัก 4 ซี่ ที่ไม่ได้เกิดจากการรักษาหรือตกบันได รวมทั้งอวัยวะอื่นๆ ที่ถูกตัดหายไป ทั้งที่ตามระเบียบต้องคืนมาพร้อมกับศพหากจะนำเก็บไว้ ต้องมีจดหมายอย่างเป็นทางการมายื่นให้กับครอบครัว

ขณะยืนดูการพิสูจน์ศพของน้องชาย พอเขาเปิดช่วงกะโหลกเราก็ดูว่าทำไมสมองของน้องเราเละขนาดนั้น หรือเขาทำอะไรมา เปล่าเลย พอเปิดออกมากลายเป็นว่าในกระโหลกมีแต่กระดาษซับเลือดเอาไว้ คุณหมอก็บอกว่าใจเย็น อย่าเพิ่งตกใจไป เดี๋ยวเราลองเปิดช่องท้องดูก่อน เพราะว่าทางการแพทย์พอผ่าออกมาแล้วจะชอบเก็บไว้ในช่องท้อง แต่พอเปิดช่องท้องแล้วก็ไม่เจอ เราพบว่าสมอง หัวใจ กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ หายไป ทาง ผอ.การแพทย์แจ้งกับครอบครัวเพียงว่า สถาบันที่ผมนำร่างน้องไปผ่า จะขออนุญาตตัดชิ้นเนื้อบางส่วนเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต แต่ไม่ได้แจ้งว่าเขาจะเอาไปทั้งชิ้นแบบนี้


นอกจากนี้พ่อแม่พี่สาว ยังนำคลิปเสียงการสนทนาและคลิปเสียงของหมอที่ทำการพิสูจน์ศพ ที่ระบุว่าสาเหตุการตายของน้องเหมือนผิดปกติ หากเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ตามที่ระบุมาในใบมรณะบัตร

ส่วนสาเหตุที่มีการทำพิธีฌาปนกิจศพหลอก เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่ได้แจ้งใคร น.ส.สุพิชชา อ้างว่าในวันดังกล่าวมีผู้หลักผู้ใหญ่ และเพื่อนชั้นปีที่ 1 และ 3 พร้อมครูบาอาจารย์จากโรงเรียนเตรียมทหาร มาร่วมงานกว่า 500 คน ทางครอบครัวจึงให้เจ้าหน้าที่วัดเผาหลอก แล้วแอบนำศพออกไปทางด้านหลังเมรุ ไปส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพื่อทำการผ่าพิสูจน์ศพ เนื่องจากทางครอบครัว ยังไม่ได้รับความกระจ่างถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมกับเรียกร้องขอคืนอวัยวะที่หายไป เพื่อนำมาผ่าพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

กลับขึ้นด้านบน