สุวรรณภูมิ-อิมแพ็คฯ ติดตั้งเครื่องสแกนไวรัสเมอร์ส

สุวรรณภูมิ-อิมแพ็คฯ ติดตั้งเครื่องสแกนไวรัสเมอร์ส

สุวรรณภูมิ-อิมแพ็คฯ ติดตั้งเครื่องสแกนไวรัสเมอร์ส

รูปข่าว : สุวรรณภูมิ-อิมแพ็คฯ ติดตั้งเครื่องสแกนไวรัสเมอร์ส

สุวรรณภูมิ-อิมแพ็คฯ ติดตั้งเครื่องสแกนไวรัสเมอร์ส การเดินทางเข้ามาประชุมธุรกิจอาหารเสริมของชาวเกาหลีใต้กว่า 4,000 คน ยังไม่พบความผิดปกติว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส ซึ่งที่ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิได้ติดตั้งเครื่องเทอโมสแกนเอาไว้และกรมควบคุมโรคจะยังติดตามชาวเกาหลีใต้กลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อความมั่นใจ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนตรวจอุณหภูมิผู้โดยสารบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองและอาคารเทียบเครื่องบินรวม 3 จุด บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองโซน 2 และโซน 3 รวม 2 จุด และบริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน E อีก 1 จุด โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.2558 เพื่อตรวจผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศในกลุ่มที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 หรือโรคเมอร์ส โควี

ส่วนการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ มีการเฝ้าระวังผู้โดยสารจากประเทศกลุ่มเสี่ยงที่เข้ามารับการรักษาที่คลินิกและเตรียมความพร้อมชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้มีความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ รวมทั้งยังติดตั้งเจลล้างมือ ณ จุดตรวจบัตรโดยสารและที่ห้องพักรอขึ้นเครื่อง

นอกจากนี้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศได้แจกเอกสารคำเตือนด้านสุขภาพบนเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เพื่อเป็นการคัดกรองผู้โดยสารเบื้องต้น ทั้งนี้ยืนยันไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ในไทยและยังคงเฝ้าระวังตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ทางเข้าอาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี ได้ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเพื่อตรวจวัดอุณภูมิร่างกายของชาวต่างชาติที่เดินทางมาประชุมสัมมนา โดยเฉพาะชาวเกาลีใต้ประมาณ 4,000 คนที่มาร่วมประชุมธุรกิจอาหารเสริม

โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีมแพทย์ไปเฝ้าระวังสถานการณ์และสร้างห้องกักกันโรคในการประชุมครั้งนี้ด้วย หากพบผู้ต้องสงสัยจะรีบนำตัวมาตรวจสอบโรคทันที แม้ว่าก่อนหน้านี้ชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จะต้องผ่านเครื่องตรวจวัดอุณภูมิแล้ว พร้อมทั้งแจกเอกสารใบแจ้งเตือนว่าหากมีไข้ ไอ จาม ให้รีบไปพบแพทย์

กรมควบคุมโรค เตรียมประกาศให้โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ 2012 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายโรคติดต่อ ปี 2523 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้ตลอดระยะฟักตัวของโรค ประมาณ 14 วัน คาดว่าจะสามารถประกาศได้ภายในสัปดาห์หน้า


กลับขึ้นด้านบน