"ธำรงวินัย" สร้างความเข้มแข็งให้ นตท.

"ธำรงวินัย" สร้างความเข้มแข็งให้ นตท.

"ธำรงวินัย" สร้างความเข้มแข็งให้ นตท.

รูปข่าว : "ธำรงวินัย" สร้างความเข้มแข็งให้ นตท.

ด้วยความที่นักเรียนเตรียมทหารจะต้องเติบโตเป็นผู้บังคับบัญชาในอนาคต ธำรงวินัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของหลักการฝึก เพื่อเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจที่ต้องเข้มแข็ง แม้หลักการฝึกจะคล้ายกับทหารใหม่

วันนี้ (22 พ.ย.2560) ทีมข่าวไทยพีบีเอสได้ข้อมูลจากอดีตนักเรียนเตรียมทหารคนหนึ่ง อธิบายถึงการฝึกตามหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหารของกรมยุทธศึกษาทหารบก ด้วยความที่นักเรียนเตรียมทหารจะต้องเติบโตเป็นผู้บังคับบัญชาในอนาคต ทำให้การฝึกตามหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหารของกรมยุทธศึกษาทหารบก มุ่งแปรสภาพร่างกายและจิตใจจากพลเรือนให้เป็นทหาร เหตุนี้จึงทำให้นักเรียนเตรียมทหาร ที่แม้จะเพิ่งผ่านช่วงมัธยมต้นมาได้เพียงปีเดียว จะต้องเจอกับสภาพบีบคั้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ

 

ก่อนเข้าเรียนจึงต้องมีการคัดเลือกโดยเฉพาะร่างกาย ที่ต้องผ่านการตรวจว่าสมบูรณ์แข็งแรง แต่ก็ยอมรับว่า อาจไม่รู้ว่าด้วยภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จะทำให้มีโรคใดเกิดขึ้นระหว่างการเข้ารับการศึกษาหรือไม่ เมื่อต้องแปรสภาพจากพลเรือนไปสู่ความเป็นทหาร ระเบียบวินัย หรือ ธำรงวินัย จะเป็นหัวใจสำคัญ จะตื่น กิน หรือ นอน ต้องเป็นเวลา การอยู่กับคนหมู่มาก ต้องใช้ระบบซีเนียร์ หรือ เกีรยติศักดิ์ เข้ามาคุม น้องให้เกียรติพี่ พี่ดูแลน้อง

 

 

ขณะที่อดีตนายทหารอีกคนเปิดเผยกับทีมข่าวไทยพีบีเอสว่า นักเรียนชั้นปี 1 ซึ่งเป็นนักเรียนใหม่ คือชั้นปีที่ถูกลงโทษทางวินัยหรือการสั่งซ่อมบ่อยที่สุด การสั่งซ่อมอาจมาจากทั้งนายทหารปกครอง และนักเรียนปกครอง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นปีสูงสุดที่ได้รับการแต่งตั้งให้ช่วยดูแลรุ่นน้อง

อดีตนายทหารคนนี้ระบุถึงข้อความ "ตกนรก" ในบันทึกของ นายภคพงศ์ ว่าหมายถึงการสั่งซ่อมช่วงกลางคืน และยอมรับว่านักเรียนปกครองบางคน ซึ่งมีวัยไล่เลี่ยกันอาจมีลักษณะลุแก่อำนาจ หรือมีปัญหาส่วนตัวกับรุ่นน้อง

 

 

แต่การสั่งซ่อมโดยปกติต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของโรงเรียนเตรียนทหาร นั่นคือการห้ามแตะเนื้อต้องตัว แต่เป็นลักษณะการออกกำลังกาย ซึ่งขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของนักเรียนปกครอง และนายทหารปกครอง การซ่อมหลายอย่างเป็นการใช้แรงกาย ที่อาจทำให้เกิดรอยบอบช้ำตามร่างกายได้

ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร แม้เพื่อนร่วมรุ่นจะเห็นด้วย แต่ยอมรับว่าการพูดในช่วงนี้ ไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม

 

 

กลับขึ้นด้านบน