สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เตรียมรับอวัยวะ นตท.พิสูจน์สาเหตุการตาย

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เตรียมรับอวัยวะ นตท.พิสูจน์สาเหตุการตาย

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เตรียมรับอวัยวะ นตท.พิสูจน์สาเหตุการตาย

รูปข่าว : สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เตรียมรับอวัยวะ นตท.พิสูจน์สาเหตุการตาย

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รอหัวใจและสมองของน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต เพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตรอบที่ 2 คาดจะรู้ผลภายใน 7 วัน

วันนี้ (22 พ.ย.2560) นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม นำทีมเจ้าหน้าที่ร่วมแถลงข่าว กรณีตรวจพิสูจน์ศพ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่ญาติสงสัยสาเหตุการตาย และร้องให้ผ่าพิสูจน์ซ้ำ

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ในการผ่าพิสูจน์ ก่อนที่จะตรวจพบว่าศพของนายภคพงศ์ อวัยวะสำคัญ สมอง หัวใจ และกระเพาะอาหารหายไป ทำให้ยังไม่สามารถตรวจหาสาเหตุการตายได้

มีความชัดเจนแล้วว่าในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะนำอวัยวะที่ถูกนำไปส่งให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจหาสาเหตุการตาย ซึ่งผลตรวจคาดว่าจะทราบภายหลังจากนี้ 7 วัน

พญ.ปานใจ โวหารดี ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับการเก็บชิ้นอวัยวะ ทางแพทย์สามารถเก็บได้โดยไม่ต้องแจ้งญาติ แต่จะดูความสำคัญในขณะนั้นเป็นอันดับแรกว่าแพทย์จะนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่

“ในกรณีที่แพทย์เก็บอวัยวะชิ้นใหญ่ เก็บไว้ตรวจเพิ่ม เนื่องจากว่ามันยังไม่มีแนวทางมาตรฐานของประเทศไทยว่า แพทย์จะต้องแจ้งญาติหรือไม่ว่าเอามาตรวจ เพราะแพทย์ถือว่าเป็นเคสคดี ที่จะทำให้ได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดให้กับพนักงานสอบสวนและญาติ ซึ่งถือว่าเป็นความสำคัญลำดับแรก เราเลยไม่ได้มีแนวทางปฏิบัติว่าแพทย์จะต้องแจ้งญาติ ถ้าในกรณีครั้งต่อๆ ไป คงต้องพิจารณาเรื่องของการสื่อสาร ระหว่างแพทย์และญาติมากขึ้นว่า ญาติมีสิทธิ์ที่จะสอบถามแพทย์ได้ว่า แพทย์เก็บอวัยวะอะไรไป และแพทย์ควรจะตอบญาติด้วยว่าได้เอาอวัยวะชิ้นใดไปตรวจบ้าง” พญ.ปานใจ กล่าว

นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า การนำชิ้นส่วนของร่างกาย หรืออวัยวะไปตรวจสอบ เป็นความเห็นของแพทย์ผู้ชันสูตรว่าจำเป็นต้องนำออกไปตรวจสอบมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะสมองและหัวใจ เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่จะสามารถบ่งชี้สาเหตุการเสียชีวิตได้ ซึ่งการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของนายภคพงศ์นั้น จำเป็นต้องรอชิ้นส่วนดังกล่าวมาก่อน แพทย์จึงจะสรุปเป็นรายงานได้ และแม้ว่าการเก็บรักษาชิ้นส่วนอวัยวะจะผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว ก็ยังสามารถตรวจสอบได้ตามปกติ

 

 

กลับขึ้นด้านบน