สธ.รอผลตรวจแล็บ ชาวบ้าน จ.ตาก ต้องสงสัยป่วยโรคแอนแทรกซ์

สธ.รอผลตรวจแล็บ ชาวบ้าน จ.ตาก ต้องสงสัยป่วยโรคแอนแทรกซ์

สธ.รอผลตรวจแล็บ ชาวบ้าน จ.ตาก ต้องสงสัยป่วยโรคแอนแทรกซ์

รูปข่าว : สธ.รอผลตรวจแล็บ ชาวบ้าน จ.ตาก ต้องสงสัยป่วยโรคแอนแทรกซ์

สธ.รอผลตรวจแล็บ ชาวบ้านใน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ต้องสงสัยป่วยเป็น "โรคแอนแทรกซ์" หลังกินเนื้อแพะจากประเทศเพื่อนบ้าน ชี้ไม่พบโรคนี้ในไทยมากว่า 10 ปี กำชับทุกจังหวัดเข้มเฝ้าระวัง เตือนประชาชนอย่าปรุงอาหารจากสัตว์ที่ไม่ทราบสาเหตุการตาย เสี่ยงติดเชื้อโรค

วันนี้ (26 พ.ย.2560) นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าได้รับรายงานจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จ.พิษณุโลก ว่า พบผู้ป่วยชายเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก หลังจากรับประทานเนื้อแพะที่ตายแล้วจากประเทศเพื่อนบ้าน ทีมแพทย์ที่รักษาวินิจฉัยเบื้องต้นพบว่า อาจป่วยเป็นโรคแอนแทรซ์ ขณะนี้ได้ส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฎิบัติการของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วอยู่ระหว่างรอผลยืนยัน

สำหรับในประเทศไทยไม่พบโรคนี้มากว่า 10 ปี และได้กำชับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดเข้มมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยบูรณาการทำงานร่วมกับกรมปศุสัตว์เน้นหนักพื้นที่ที่เคยพบโรค อย่างเข้มข้น เตือนประชาชนไม่นำสัตว์ที่ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุการตาย มาปรุงอาหาร อาจเสี่ยงติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ได้

นายแพทย์เจษฎา กล่าวว่า ขอประชาชนไม่นำสัตว์ที่ป่วยหรือตายแล้ว มาชำแหละจำหน่ายหรือรับประทาน หรือนำไปให้สัตว์อื่นกิน รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หากจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ขอให้สวมถุงมือหรือถุงพลาสติก และล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้งหลังจากสัมผัสซากสัตว์ หากมีอาการเป็นไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกายหรือหากป่วยโดยมีประวัติสัมผัสสัตว์ตายหรืออยู่ในพื้นที่สัตว์ป่วยตาย หรือหลังเดินทางกลับจากพื้นที่มีผู้ป่วยให้รีบไปพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมแจงประวัติการสัมผัสโรค ประวัติการเดินทาง โรคนี้มียารักษาหากเจ็บป่วยหลังสัมผัสสัตว์ให้รีบพบแพทย์ทันที หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค หมายเลข 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับอาการของโรคแอนแทรกซ์ เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้ในสัตว์กินหญ้าแทบทุกชนิด เช่น โค กระบือ แพะ แกะ แล้วติดต่อไปยังคนและสัตว์อื่น เช่น สุนัข แมว สุกร เชื้อโรคสามารถเข้าร่างกายได้ 3 ทาง คือ การสัมผัสทางผิวหนัง การสูดดมหรือการหายใจ และการกิน โดยพบการติดเชื้อได้ทางผิวหนังได้บ่อยที่สุด

ทั้งนี้ อาการของโรคที่พบบ่อย คือ จะเกิดเป็นตุ่มแดงๆ ตรงที่รับเชื้อเช่น มือ แขน ขา ตุ่มที่พบตอนแรกนี้จะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใส แล้วเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นตุ่มหนองแล้วแตกออกเป็นแผลยกขอบตรงกลางบุ๋มมีสีดำ จะรู้สึกมีไข้ ไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายกับอาการของอาหารเป็นพิษ อาการอุจจาระร่วงมักจะพบว่ามีเลือดปนออกมาด้วย มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว จากนั้นจะหายใจขัด หายใจลำบาก หน้าเขียวคล้ำและเสียชีวิต

นอกจากนี้ ให้ประชาชนหมั่นสังเกตอาการของสัตว์ที่เลี้ยงไว้ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่นไม่กินหญ้า มีเลือดปนน้ำลายไหลออกมา ยืนโซเซ หายใจลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก ชัก หรือมีอาการบวมน้ำ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดมีเลือดออกทางปาก จมูก อวัยวะเพศ เป็นเลือดสีดำๆ ไม่แข็งตัวอาจพบอาการดังกล่าวให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ใกล้บ้านท่านทันที

กลับขึ้นด้านบน