มติ กคพ.ให้ 4 คดีความผิดอาญา เป็นคดีพิเศษ

มติ กคพ.ให้ 4 คดีความผิดอาญา เป็นคดีพิเศษ

มติ กคพ.ให้ 4 คดีความผิดอาญา เป็นคดีพิเศษ

รูปข่าว : มติ กคพ.ให้ 4 คดีความผิดอาญา เป็นคดีพิเศษ

คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติให้ 4 คดีความผิดทางอาญา เป็นคดีพิเศษ เช่น ขบวนการฟอกเงินจากการทุจริตสัญญาระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เชนลิสซิ่ง จํากัด ฉ้อโกงประชาชน

วันนี้ (27 พ.ย.2560) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องมติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ โดยมีรายละเอียดดังนี้

คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีการประชุมครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2560 และที่ประชุมได้มีมติตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบมาตรา 10 (3) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้การกระทําความผิดทางอาญาเป็นคดีพิเศษที่ต้องสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวน คดีพิเศษ พ.ศ.2547 จํานวน 4 เรื่อง ดังนี้

1.กรณีกล่าวหาว่ามีขบวนการฟอกเงินเกี่ยวกับการทุจริตในการทําธุรกรรมทางการเงิน ระหว่างสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สํานักงาน สกสค.) กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จํากัด กับพวก

2.กรณีกล่าวหาว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เชนลิสซิ่ง จํากัด มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและหลีกเลี่ยงภาษีอากร

3.กรณีบริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จํากัด กับพวก ได้ร่วมกันฉ้อโกง หรือลวงขายเครื่องตรวจหาสารเสพติดยี่ห้ออัลฟ่า 6 (ALPHA6) ที่ไม่มีประสิทธิภาพให้กับกรมยุทธการทหาร กองบัญชาการ กองทัพไทย
4.กรณีขบวนการฟอกเงินอันเนื่องมาจากการทุจริตสัญญาระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ตามโครงการรับจํานําข้าว ปี พ.ศ.2554-2555

ประกาศ ณ วันที่ 8 พ.ย.2560 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

กลับขึ้นด้านบน