นักข่าวไทยพีบีเอสถูกละเมิดสิทธิ์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

นักข่าวไทยพีบีเอสถูกละเมิดสิทธิ์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

นักข่าวไทยพีบีเอสถูกละเมิดสิทธิ์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

รูปข่าว : นักข่าวไทยพีบีเอสถูกละเมิดสิทธิ์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

รายการข่าวของไทยพีบีเอสถูกละเมิดสิทธิ์ โดยมีผู้แคปชั่นภาพและนำไปตัดต่อเติมข้อความโฆษณา เพื่อใช้ในการโฆษณาสินค้า โดยผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสที่ถูกแอบอ้างนำภาพไปใช้ ไม่ได้อนุญาตและไม่ทราบเรื่องมาก่อน

เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.2560) สถานีไทยพีบีเอส ได้รับแจ้งว่ามีการโฆษณาสินค้าประเภทหนึ่ง โดยใช้ภาพนิ่งของรายการข่าวของสถานี ซึ่งมีใบหน้าผู้สื่อข่าวและโลโก้สถานีอย่างชัดเจน แต่มีการแก้ไขข้อความเพื่อการค้า

ทั้งนี้ บุคคลในภาพคือ น.ส.นันทินี ลายละเอียด ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรับทราบเรื่องมาก่อน ขณะเดียวกันได้ส่งอีเมล์ไปยังบริษัทดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

 

น.ส.กนกพร ประสิทธิ์ผล นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ระบุว่า ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซเปิดกว้างและเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจออนไลน์ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่ดีและไม่ดีเข้ามา ซึ่งการใช้คนดังหรือบุคคลที่มีบทบาทในสังคมมาช่วยกระตุ้นยอดขาย เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยม

 

การตลาดที่อาศัยบุคคลบอกเล่าเรื่องราว หรือ อินฟลูเอนเซอร์ มาร์เกตติ้ง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1.เซเลบริตี้ หมายถึงผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่น ดารา นักร้อง ซึ่งจะสร้างการรับรู้ในทันที รวมถึงคนดังอย่างนักธุรกิจ นักข่าว และนักการเมือง 2.อินฟลูเอนเซอร์ เป็นผู้มีอิทธิพลต่อความคิด ไม่ต้องเป็นคนดังเสมอไป แต่เป็นคนที่มีความถนัดหรือเชี่ยวชาญในเรื่องที่สนใจ เช่น บล็อกเกอร์ นักวิชาการ นักวิเคราะห์ กูรู นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และ 3.เน็ตไอดอล คือ บุคคลที่ชาวเน็ตชื่นชอบ

อย่างไรก็ตาม บางธุรกิจไม่ต้องการจ่ายเงินลงทุนจ้างบุคคลเหล่านี้ จึงใช้วิธีลัดด้วยการนำภาพบุคคลนั้นมาตัดต่อ ซึ่งถือเป็นการละเมิดและอาจทำให้บุคคลนั้นเสื่อมเสียภาพลักษณ์

 

กลับขึ้นด้านบน