แนะผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ ใช้หลัก "3 ส." ปฐมพยาบาลใจ

แนะผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ ใช้หลัก "3 ส." ปฐมพยาบาลใจ

แนะผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ ใช้หลัก "3 ส." ปฐมพยาบาลใจ

รูปข่าว : แนะผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ ใช้หลัก "3 ส." ปฐมพยาบาลใจ

กรมสุขภาพจิต แนะผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ใช้หลักปฐมพยาบาลใจ 3 ส. คือ สอดส่องมองหาผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่นร้องไห้ ซึมเศร้า ใส่ใจรับฟังอารมณ์ความรู้สึก ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และส่งต่อให้บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ทันที พบมีผู้ต้องดูแลใกล้ชิด 87 คน

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลสุขภาพจิตผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ว่า กรมสุขภาพจิตร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลทุกระดับ จัดทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team :MCATT) ออกให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเสี่ยงเกิดผลกระทบจิตใจ เช่น กลุ่มเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยติดเตียง ครอบครัวผู้เสียชีวิต หรือสูญเสียทรัพย์สิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคซึมเศร้า ภายหลังน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2560 เป็นต้นมา ทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทได้ตรวจคัดกรองสุขภาพจิตผู้ประสบภัยกลุ่มเสี่ยงแล้ว 2,115 คน พบมีความเครียดระดับสูง นอนไม่หลับ มีอาการซึมเศร้า รวม 87 คน ประกอบด้วย จ.นราธิวาส 32 คน และ จ.ยะลา 55 คน

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มติมว่า เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้กระจายเป็นบริเวณกว้าง มีประชาชนได้รับผลกระทบ 360,000 คน ในพื้นที่ 2,490 หมู่บ้าน 8 จังหวัด คือ จ.พัทลุง จ.ตรัง จ.นครศรีธรรมราช จ.ปัตตานี จ.สงขลา จ.นราธิวาส จ.ยะลา และ จ.สุราษฎร์ธานี ผลจากน้ำท่วมอาจทำผู้ประสบภัยเกิดความเครียด นอนไม่หลับ มีอารมณ์หงุดหงิด สิ้นหวัง สับสน คิดมาก อาจตัดสินใจได้ไม่ดี วิธีการเบื้องต้นที่จะช่วยผ่อนคลายความทุกข์ ลดความเจ็บปวดทางใจระหว่างผู้ประสบภัยด้วยกันอย่างได้ผลดี ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ หลัก 3 ส. หรือหลัก 3 แอล (L) ช่วยปฐมพยาบาลทางใจ ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกคนและทุกสถานการณ์

ส.ที่ 1 คือ สอดส่องมองหา ( look) ช่วยกันสังเกต มองหาผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น ผู้ที่ร้องไห้ มีอาการซึมเศร้า เสียใจรุนแรง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

ส.ที่ 2.ใส่ใจรับฟัง (Listen) อย่างตั้งใจ รวมทั้งใช้ภาษากาย เช่น จับมือ โอบกอด เพื่อช่วยให้ผู้สูญเสียบอกเล่าความรู้สึก คลายความทุกข์ในใจออกมา โดยสามารถให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นพื้นฐาน เช่น น้ำ อาหาร และยา

ส.ที่ 3.ส่งต่อผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจ (Link) หากอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการเศร้าซึมอย่างรุนแรง มีความคิดเบื่อโลก ให้พยายามติดต่อครอบครัวและแจ้งอาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสม.ในหมู่บ้านหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาจากผู้มีความเชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม

 

ขอย้ำว่าเมื่อพบคนในครอบครัว หรือเพื่อนบ้านที่ผู้ประสบภัย มีอาการเปลี่ยนแปลงจากเดิม เช่น ซึมเศร้า เหงาหงอย เก็บตัวอยู่คนเดียว นั่งเหม่อลอย อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว ขอให้รีบเข้าไปพูดคุย สอบถามทันที ซึ่งครอบครัว ชุมชน สังคมและบุคคลใกล้ชิด มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผู้ประสบภัยในภาวะวิกฤตและความสูญเสีย ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างถูกต้องเหมาะสมทันท่วงที สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่แพทย์หญิงบุญศิริ จันศิริมงคล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชสงขลา จ.สงขลา กล่าวว่า ในช่วงน้ำท่วมนี้มีผู้ป่วยจิตเวชขาดนัด เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ประมาณร้อยละ 40 ต่อวัน โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อ เพื่อดำเนินการจัดส่งยาให้กินอย่างต่อเนื่อง ป้องกันอาการกำเริบ ขณะเดียวกันหากผู้ป่วยจิตเวชรายใดมีปัญหายาสูญหาย สามารถแจ้งที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หรือ อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ได้

กลับขึ้นด้านบน