"นายกรัฐมนตรี" ลงพื้นที่น้ำท่วมตรัง 8 ธ.ค.นี้

"นายกรัฐมนตรี" ลงพื้นที่น้ำท่วมตรัง 8 ธ.ค.นี้

"นายกรัฐมนตรี" ลงพื้นที่น้ำท่วมตรัง 8 ธ.ค.นี้

รูปข่าว : "นายกรัฐมนตรี" ลงพื้นที่น้ำท่วมตรัง 8 ธ.ค.นี้

ปภ.สรุปน้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤต 9 จังหวัด 88 อำเภอ เร่งระดมความช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่จ.ตรัง 8 ธ.ค.นี้ตรวจความคืบหน้าแผนระบายน้ำ พร้อมเยี่ยมประชาชน ขณะที่จ.นครศรีธรรมราช ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมหนักสุด 12 อำเภอ เหตุฝนตกหนัก

วันนี้ (6 ธ.ค.2560) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ.สรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.จนถึงวันนี้ ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด คือที่ กระบี่ และสตูล ส่วนอีก 9 จังหวัด 88 อำเภอที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้แก่ ปัตตานี ยะลา สงขลา พัทลุง ตรัง ชุมพร นราธิวาส นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว   

สำหรับการให้ความช่วยเหลือ ในขณะนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งให้การช่วยเหลือแจกจ่ายถุงยังชีพอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแผนเผชิญเหตุ รวมถึงให้ระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุทกภัย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังสู่ลำน้ำสายหลัก

โดยในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่ อ.เมืองตรัง และอ.กันตัง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง รวมทั้งเยี่ยมเยียนประชาชนและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย จากนั้นจะเดินทางไปยัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเยี่ยมประชาชน และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยเช่นกัน

 

12 อำเภอนครศรีธรรมราช ยังอ่วมน้ำท่วมสูง

 ด้านนายอุดมพร กาญจน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครศรีธรรมราช  กล่าวว่าขณะนี้มีรายงานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 23 อำเภอ หนักสุดคือ บริเวณแนวเทือกเขาหลวง ได้แก่ อ.ขนอม อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา อ.พรหมคีรี อ.พระพรหม อ.ทุ่งสง อ.ช้างกลาง อ.นาบอน อ.พิปูน อ.ฉวาง และอ.ถ้ำพรรณารา มีประชาชนที่ได้รับความผลกระทบแล้วกว่า 130,000 ครัวเรือน กว่า 400,000 คน ถนนหลายสายรถต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสาเหตุมาจาก ฝนที่ตกติดต่อกันตลอดทั้งวัน ตลอดแนวเทือกเขาหลวง ประกอบกับปริมาณน้ำท่วมที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่ อ.ขนอม อ.นบพิตำ ปริมาณน้ำฝนที่วัดได้กว่า 400 มิลลิเมตรเจ้าหน้าที่ปภ. พร้อมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบูรณการความช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ ขณะนี้แจ้งให้ทุกอำเภอเร่งอพยพประชาชน ซึ่งในแต่ละตำบลจะมีศูนย์จัดการภัยพิบัติประจำตำบลอยู่แล้ว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เรือ เครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และประชุมติดตามสถานการณ์ผ่านวีดีโอคอนเฟนเรนกับอำเภอต่างๆ อยู่ตลอดด้วย

 

ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมสูงได้ตัดถนนหลายสายไม่สามารถใช้งานได้ เช่น นครศรี ธรรมราช-สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช-ฉวาง นครศรีธรรมราช-ร่อนพิบูลย์ ท่าศาลา-นบพิตำ โดยเฉพาะที่ อ.พระพรหม บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง น้ำท่วมผิวถนน รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากน้ำไหลเชี่ยวและแรง บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.30 เมตร โรงเรียนหลายแห่งต้องหยุดการเรียนการสอน เช่นเดียวกับที่ อ.ท่าศาลา น้ำท่วมขังหลายจุด ทั้งบริเวณหน้าโรงพยาบาลท่าศาลา รถสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก พื้นที่การการเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำได้รับความเสียหาย 

 

กลับขึ้นด้านบน