เล็งปรับแผนฝึก "เตรียมทหาร" ปิดช่องว่าง "ธำรงวินัย" เกินกว่าเหตุ

เล็งปรับแผนฝึก "เตรียมทหาร" ปิดช่องว่าง "ธำรงวินัย" เกินกว่าเหตุ

เล็งปรับแผนฝึก "เตรียมทหาร" ปิดช่องว่าง "ธำรงวินัย" เกินกว่าเหตุ

รูปข่าว : เล็งปรับแผนฝึก "เตรียมทหาร" ปิดช่องว่าง "ธำรงวินัย" เกินกว่าเหตุ

แม้ผลชันสูตร ระบุว่า "นตท.ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์" ถูกทำร้าย แต่เกี่ยวข้องกับการลงโทษหรือไม่ยังไม่ชัดเจน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เหตุการณ์นี้กำลังทำให้โรงเรียนเตรียมทหารทบทวนการซ่อมหรือการธำรงวินัย

ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงษ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนรายละเอียดบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายทหาร ตำรวจ อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักเรียนเตรียมทหาร เพื่อไขข้อข้องใจของครอบครัว และเปิดเผยข้อเท็จจริงให้กับสังคมได้รับทราบ แต่ความชัดเจนในเรื่องการกวดขันระเบียบวินัยและการฝึกศึกษา รวมถึงบทลงโทษ ต่อการกระทำความผิดของนักเรียนเตรียมทหารที่เข้ามาอยู่ในรั้วสุภาพบุรุษแห่งนี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการตรงกับ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในการพัฒนาปรับปรุงระบบผู้ฝึก ทบทวนหลักสูตร ครูฝึกนายทหารปกครองรวมถึงตัวนักเรียน แม้ว่ากฎเกณฑ์และระเบียบจะดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงให้เข้มข้นและรัดกุม เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

 

พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ทางสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ(สปท.) ไปดำเนินการในรายละเอียดการทบทวนและปรับปรุงระบบของโรงเรียนเตรียมทหาร เพราะจะต้องทำให้รอบคอบและรอบด้าน และทบทวนปรับปรุงแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลา 1-2 ปี ก่อนที่จะประเมินผล เพื่อกำหนดทิศทางระบบของโรงเรียนเตรียมทหารได้

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ย้ำว่า ไม่ได้เป็นการรื้อระบบใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการทบทวนปรับปรุงข้อบกพร่องที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งแง่ของระบบที่อาจจะดีอยู่แล้ว แต่เป็นที่คน หรือ คนดี แต่ระบบไม่ดี ที่ผ่านมาโรงเรียนเตรียมทหารมีการปรับปรุงหลักสูตร เพื่อให้เกิดความเหมาะสม จาก 2 ปี เป็น 3 ปี และปัจจุบันเปลี่ยนจาก 3 ปี กลับมาเป็น 2 ปีตามเดิม โดยที่หลักเกณฑ์และระเบียบวินัย ยังคงเข้มงวดตามมาตรฐาน และถึงแม้ว่านักเรียนเตรียมทหารที่ย่างก้าวเข้าสู่รั้วสุภาพบุรุษแห่งนี้ จากเดิมที่จะต้องผ่านการเช็กสภาพร่างกายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ในอนาคตจะต้องมีการตรวจเช็กสภาพร่างตามวงรอบ คือ 3 เดือน และ 6 เดือน

นอกจากนี้นายทหารปกครองนักเรียนเตรียมทหาร จะต้องเข้มในเรื่องการฝึกอบรมเป็นพิเศษ ให้มีลักษณะการปกครอง การบริหารคน หรือการบริหารเวลา แม้ว่าระบบเดิมจะดีอยู่แล้วก็ตาม

การซ่อมการธำรงวินัย หรือ การปรับปรุงลักษณะทหาร ก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ถูกนำมาทบทวน และมีการหารือร่วมกันระหว่างเหล่าทัพไปแล้ว โดยกำหนดบทลงโทษกับนักเรียนเตรียมทหาร ที่กระทำความผิดต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของโรงเรียนเท่านั้น และบทลงโทษที่นำมาใช้กับนักเรียนเตรียมทหารในช่วงที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เป็นบทลงโทษที่ทางโรงเรียนอนุญาต

 

 

ท่าหัวปัก โม่งโลก หรือ แถกปลาหมอ ที่ส่วนใหญ่เป็นวัฒนธรรมการฝึกของหลักสูตรรบพิเศษ รีคอน หรือ นาวิกโยธิน แต่ถูกนำมาใช้ลงโทษแบบผิดวิธี ทั้ง ๆ ที่บทลงโทษได้กำหนดไว้ชัดเจนคือ ท่ายึดพื้น ลุกนั่ง และสควอตจัมพ์ พร้อมข้อบังคับคือห้ามแตะ หรือ ถูกตัวนักเรียน และปัจจุบันท่าสควอตจัมพ์ก็ถูกยกเลิก เนื่องจากผลวิจัยทางการแพทย์ พบว่า จะมีผลกระทบระยะยาวต่อข้อเขา

และนักเรียนที่ถูกลงโทษบ่อยครั้ง คือ นักเรียนที่ปรับตัวไม่ได้จากนักเรียนพลเรือนเป็นนักเรียนเตรียมทหาร และนายทหารสัญญาบัตรที่เป็นนายทหารปกครอง นักเรียนจะมีหน้าที่โดยตรงในการลงโทษ นักเรียนการบังคับบัญชาที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย ไม่สามารถลงโทษได้เพราะผิดระเบียบกำหนด ดังนั้นหากทำผิดจะต้องถูกลงโทษด้วยการถอดจากความเป็นนักเรียนการบังคับบัญชาทันที

 

กลับขึ้นด้านบน