คาด “ลูกนกกระเรียน”เพิ่งหัดบินถูกรถชนตาย 1 ตัว

คาด “ลูกนกกระเรียน”เพิ่งหัดบินถูกรถชนตาย 1 ตัว

คาด “ลูกนกกระเรียน”เพิ่งหัดบินถูกรถชนตาย 1 ตัว

รูปข่าว : คาด “ลูกนกกระเรียน”เพิ่งหัดบินถูกรถชนตาย 1 ตัว

กรมอุทยาน- สวนสัตว์ สรุปสาเหตุตายของ”นกกระ เรียนพันธุ์ไทย”ในโครงการอนุรักษ์ที่จ.บุรีรัมย์ตาย 1 ตัว คาดมาจากการฝึกหัดบินและเกิดอุบัติเหตุชนรถยนต์ ไม่พบร่องรอยทำร้าย และสารพิษ เตรียมทำป้ายเตือนลดความเร็วถนนสาย 218 (นางรอง-บุรีรัมย์) ขณะที่มีลูกนกเกิดใหม่ 9 ตัวแล้ว

จากกรณีพบนกกระเรียนพันธุ์ไทยในโครง การนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนถิ่น จ.บุรีรัมย์ ขององค์การสวนสัตว์ กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตาย 1 ตัว

วันนี้ (14 ธ.ค.2560) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน จ.บุรี รัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในต.โคกม้า อ.ประ โคนชัย พบซากลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย 1 ตัว บริเวณทุ่งนา จากการตรวจสอบพบว่า เป็นลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยตัวผู้ ที่เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ในหมู่ 14 บ้านโคกตาออด ตำบลประโคนชัย อายุประมาณ 4 เดือน จากพ่อพันธุ์หมายเลข 237 และแม่พันธุ์หมายเลข 276 ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเมื่อปี 2555 บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน

จากการตรวจพิสูจน์ซากโดยทีมสัตว์แพทย์หญิงศุภลักษณ์ ประจันต์ สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 7 จ.นครราชสีมา พบสาเหตุการตายเกิดจากได้รับแรงกระแทกที่หน้าอกอย่างรุนแรง จึงสันนิษฐานสาเหตุ 2 กรณี คือ ลูกนกบินชนรถยนต์บนถนนสาย 218 (นางรอง-บุรีรัมย์) ที่ผ่านด้านหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน และลูกนกบินชนเสาไฟ หรือสายไฟแรงสูงที่อยู่ตามแนวถนน แต่ให้น้ำหนักจากการบินชนรถมากกว่า เพราะเป็นลูกนกยังบินไม่สูง และรอยช้ำที่เกิดมีความชัดเจน ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย และไม่พบสารพิษในตัวนก

 

ภาพ องค์การสวนสัตว์

ภาพ องค์การสวนสัตว์

 

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องประสานไปยังพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อลูกนกกระเรียนที่เกิดใหม่และหัดบินในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่อาศัยของนกกระเรียนมีถนนสาย 218 (นางรอง-บุรีรัมย์) ตัดผ่าน ต้องขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางถนนที่ผ่านพื้นที่อาศัยของนกระเรียนให้ชะลอความเร็ว พร้อมจะจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์และสัญญาณเตือนเป็นจุดๆให้รถที่ผ่านพื้นที่ได้ชะลอความเร็ว

ข่าวดีพบลูกนกเกิดใหม่รวม 9 ตัว

ด้านนายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่านกกระเรียนพันธุ์ไทย เป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดของประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 นกกระเรียนพันธุ์ไทยเดิมเคยพบกระจายในพื้นที่ชุมน้ำ จ.บุรีรัมย์ และได้สูญหายไปจากพื้นที่ธรรมชาติเป็นเวลานานกว่า 50 ปี

ภาพ : องค์การสวนสัตว์

ภาพ : องค์การสวนสัตว์

แต่จากโครงการนี้ มีการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติทั้งสิ้น 82 ตัว โดยปล่อยในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าจระเข้มาก จำนวน 55ตัว และในพื้นทีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน อีก 27 ตัว กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2559 นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติให้ลูกนกเกิดใหม่ในพื้นที่ได้เป็นครั้งแรก และต่อมาในปี 2560 มีข่าวดีที่พบว่านกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติทำรังจำนวน 9 คู่ และฟักเป็นตัวได้ลูกนกเกิดใหม่ในช่วงปี 59-60 จำนวน 9 ตัวและเพิ่งตาย 1 ตัวจากการหัดบินและชนกับรถยนต์

 

ขณะที่น.ส.นุชจรี พืชคูณ นักวิจัยในโครงการนกกระเรียนพันธุ์ไทย องค์การสวนสัตว์ กล่าวว่า พฤติกรรมของนกกระเรียนวัยตั้งแต่ 3- 4 เดือนจะเริ่มหัดบิน แต่ยังไม่สามารถบินสูงได้ เหมือนกับตัวเต็มวัย และปกติจะมีพ่อแม่คอยดูแล แต่ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับลูกนกตัวนี้ได้ เพราถนนสาย 218 เป็นถนนหลวงที่มีรถวิ่งหนาแน่น และตอนนี้ยังเตรียมขยายเป็น 4 ช่องทางจราจรด้วย

กลับขึ้นด้านบน