ชงรัฐบาลยกระดับความปลอดภัยทางถนน เป็นวาระแห่งชาติ

ชงรัฐบาลยกระดับความปลอดภัยทางถนน เป็นวาระแห่งชาติ

ชงรัฐบาลยกระดับความปลอดภัยทางถนน เป็นวาระแห่งชาติ

รูปข่าว : ชงรัฐบาลยกระดับความปลอดภัยทางถนน เป็นวาระแห่งชาติ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมดูแลสถานการณ์ช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจะเสนอรัฐบาลยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นวาระแห่งชาติ

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมกำหนดมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนและมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยระบุว่า ที่ประชุมตระหนักต่อปัญหาการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงและส่วนใหญ่เกิดในเวลากลางคืน โดยต้องร่วมมือใน 4 ส่วน คือ ภาครัฐ ประชาชน ประชาสังคม และสื่อมวลชน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กำชับให้นำข้อมูลจุดเสี่ยงอุบัติเหตุมาบริหารจัดการ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการก่อเหตุไม่สงบ โดยให้หน่วยข่าวกรองเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพิ่มความเข้มงวดดูแลจุดเสี่ยง สถานที่เชิงสัญลักษณ์ พร้อมตั้งศูนย์อำนวยการบริการประชาชนในจุดสำคัญ

นอกจากนี้ยังย้ำให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงซ่อมแซมถนน และให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกช่วงสิ้นปีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รวมทั้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้มาตรการเชิงรุกดำเนินการต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อมูลในโซเชียลมีเดีย และเพิ่มความเข้มงวดติดตามบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าออกประเทศ

ส่วนกระทรวงมหาดไทย ให้เพ่งเล็ง 100 อำเภอเสี่ยงและดูแลด่านตรวจท้องถิ่น รวมถึงเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และสำหรับกองทัพให้เพิ่มมาตรการเข้มข้นตรวจพื้นที่ชายแดน ป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมจัดตั้งกองบัญชาการติดตามสถานการณ์

ที่ประชุมยังเห็นชอบร่วมกันว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นให้ตำรวจตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ก่อเหตุ และเน้นย้ำให้ข้าราชการเป็นแบบอย่างป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมเตรียมเสนอรัฐบาลยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นวาระแห่งชาติ โดยประเมินผลทุก 3 เดือน และให้กรมการขนส่งทหารบกจัดตั้งกองทุนเพื่อเป็นรางวัลให้กับผู้ที่ถ่ายคลิปจนนำไปสู่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่พร้อมทำงานร่วมกันในช่วงวันหยุด เพื่อดูแลประชาชน และต้องขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันเตือนสติและคำนึงถึงวินัยจราจร ส่วนมาตรการตรวจยึดรถกรณีดื่มแล้วขับยังคงมีอยู่ เพราะปัญหาดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน

กลับขึ้นด้านบน