"พล.อ.ประวิตร" ยังไม่ชี้แจงปมแหวน-นาฬิกาหรู

"พล.อ.ประวิตร" ยังไม่ชี้แจงปมแหวน-นาฬิกาหรู

"พล.อ.ประวิตร" ยังไม่ชี้แจงปมแหวน-นาฬิกาหรู

รูปข่าว : "พล.อ.ประวิตร" ยังไม่ชี้แจงปมแหวน-นาฬิกาหรู

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังคงเลี่ยงตอบคำถามสื่อมวลชน โดยเฉพาะกรณีแหวนและนาฬิกาหรูที่ไม่อยู่ในบัญชีทรัพย์สินฯ ซึ่งในวันนี้ (14 ธ.ค.) สื่อมวลชนพบ พล.อ.ประวิตร 4 รอบ ทั้งที่ กอ.รมน.และที่กระทรวงกลาโหม แต่ พล.อ.ประวิตร เลือกที่จะใช้ความเงียบกับทุกคำถาม

วันนี้ (14 ธ.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเพียงรอยยิ้มจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะเดินทางไปเป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) หลังถูกสื่อมวลชนสอบถามว่า อยากพูดอะไรหรือไม่ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์กรณีการสวมใส่เครื่องประดับทั้งแหวนและนาฬิกาหรู ซึ่งไม่ปรากฏในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินทั้ง 4 ครั้ง ของ พล.อ.ประวิตร ต่อ ป.ป.ช.

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ถึงกับต้องเดินเลี่ยงสื่อมวลชนที่ดักรออยู่ ก่อนจะอ้อมมาขึ้นรถ เพื่อไปประชุมเตรียมความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่กระทรวงกลาโหม ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ยังคงปฏิเสธให้สัมภาษณ์

นอกจากแหวนและนาฬิกาหรูที่สวมใส่ขณะวันถ่ายภาพร่วม ครม.ประยุทธ์ 5 ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ต้องชี้แจงกับ ป.ป.ช.แล้ว ในวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะไปยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร อีกครั้งว่าจงใจปกปิดทรัพย์สิน หรือร่ำรวยผิดปกติหรือไม่

หลังพบภาพ พล.อ.ประวิตร สวมใส่นาฬิกาอีกเรือนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นนาฬิการิชาร์ด มิลล์ ที่มีมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ขณะมอบทุนการศึกษา เมื่อ 11 กันยายนที่ผ่านมา เพราะไม่พบว่ามีการยื่นทรัพย์สินเหล่านี้ในการแสดงบัญชีทรัพย์สินทั้ง 4 ครั้งของ พล.อ.ประวิตร นับแต่เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2551 และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2557

 

เปิดบัญชี พล.อ.ประวิตร 4 ครั้ง ไม่แจ้งรายได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มาทั้งนาฬิกาและแหวนหรูของ พล.อ.ประวิตร อาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวที่พบความผิดปกติในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นกับ ป.ป.ช. ถ้านับตั้งแต่ปี 2551 ที่ พล.อ.ประวิตร ยื่นบัญชีครั้งแรกปี 2551 กับครั้งล่าสุดปี 2557 พล.อ.ประวิตร มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 31 ล้านบาท แต่ไม่มีข้อมูลระบุในบัญชีว่าทรัพย์สินว่าเพิ่มขึ้นมาจากส่วนไหน

ทั้งนี้ หากย้อนดูบัญชีทรัพย์สิน 4 ครั้ง ของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งในครั้งแรก ปี 2551 เมื่อครั้งรับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม รัฐบาลอภิสิทธิ์ พล.อ.ประวิตร มีทรัพย์สินประมาณ 56 ล้านบาท หลักๆ มาจากเงินฝาก เงินลงทุนที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง

พล.อ.ประวิตร ระบุในปี 2551 ว่า มีรายได้ประจำจากเงินเดือน ข้าราชการบำนาญต่อปี ประมาณ 800,000 บาท รายได้ประจำอื่นๆ ไม่มี เมื่อรัฐบาลประชาธิปัตย์ยุบสภา พล.อ.ประวิตร พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กฎหมายระบุให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินอีกครั้ง ครั้งนี้มีทรัพย์สินประมาณ 69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2551 รวม 13 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก

แต่เมื่อไปดูที่มารายได้ระหว่างดำรงตำแหน่งประมาณ 3 ปี พล.อ.ประวิตร แจ้งว่า มีเงินเดือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เงินประจำตำแหน่งข้าราชการการเมือง เงินเดือนเบี้ยหวัด บำนาญ รวมประมาณ 6 ล้านบาท แล้วอีก 7 ล้านเพิ่มมาจากไหน ในช่องรายได้จากทรัพย์สินรายได้จากการรับหรือให้ หรือจำหน่ายทรัพย์สิน ไม่มีข้อมูล รายได้อื่นๆ ก็ไม่มีข้อมูล

ปี 2555 หลังพ้นตำแหน่ง 1 ปี พล.อ.ประวิตร ยื่นบัญชีอีกครั้ง ทรัพย์สินรวมประมาณ 79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 10 ล้านบาท เงินฝากลดลง แต่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ที่มาของรายได้ในรอบ 1 ปี พล.อ.ประวิตรแจ้งว่า มาจากบำเหน็จบำนาญ เงินช่วยค่าครองชีพรวมกัน ประมาณ 8 แสนบาท ที่เพิ่มมาประมาณ 9 ล้านบาท ไม่มีแจ้งเช่นกัน

เมื่อปี 2557 พล.อ.ประวิตร รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินรวม 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 รวม 8 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก 53 ล้านบาท แต่ที่มาของรายได้ระบุเหมือนกับปี 2555 คือเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินช่วยค่าครองชีพประมาณ 8 แสนบาท สรุปว่าการยื่นบัญชี 4 ครั้งของ พล.อ.ประวิตร ปี 2551-2557 ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมา 31 ล้านบาท แต่ที่มาของรายได้ที่เพิ่มขึ้น ชี้แจงเพียง 8 ล้านบาท ส่วนที่เหลือไม่บอกที่มา

เมื่อเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ ยื่นครั้งแรกปี 2557 มีทรัพย์สิน 128 ล้าน ส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก 58 ล้านบาท แต่ที่มาของรายได้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงไว้ทั้งเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ดอกเบี้ยเงินฝากกำไรจากการลงทุน มีรายได้อื่นๆ เงินที่ได้จากน้องปลูกบ้านให้พ่อ จะเห็นว่าแตกต่างจากการชี้แจงของ พล.อ.ประวิตร

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน