ย้อนคดีฆาตกรรม " ชูวงษ์" ปมหุ้น 300 ล้านบาท

ย้อนคดีฆาตกรรม " ชูวงษ์" ปมหุ้น 300 ล้านบาท

ย้อนคดีฆาตกรรม " ชูวงษ์" ปมหุ้น 300 ล้านบาท

รูปข่าว : ย้อนคดีฆาตกรรม " ชูวงษ์" ปมหุ้น 300 ล้านบาท

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ย้อนคดีดังเมื่อปี 2558 เมื่อการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง กลายเป็นคดีฆาตกรรมที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกว่า 300 ล้านบาท

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ย้อนคดีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เมื่อกลายเป็นคดีฆาตกรรมที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกว่า 300 ล้านบาท เมื่อ 2 ปีก่อน 

26 มิ.ย. 58 เหตุการณ์ที่ดูเหมือนอุบัติเหตุกลับกลายเป็นข่าวดังในเวลาต่อมา เมื่อรถยนต์เสียหายไม่มาก พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ คนขับไม่บาดเจ็บ แต่ปรากฎร่างผู้เสียชีวิตบนเบาะด้านข้างคนขับ คือ เสี่ยชูวงษ์ หรือ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เจ้าของรถคันเกิดเหตุ

เดือนถัดมา ครอบครัวผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งติดตามคดี ภายหลังมีข้อสงสัยปมการโอนหุ้นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ให้ผู้หญิง 2 คน ก่อนเสียชีวิต

 



ความคืบหน้าทางคดีปรากฎชัดเมื่อ 24 ส.ค.2558 เมื่อศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา  พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คนขับรถวันเกิดเหตุคือหนึ่งในนั้น  น.ส.กัญฐนา ศิวาธนพล อดีตพริตตี้ และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อดีตโบรกเกอร์ คือสองคนที่พบว่า ได้รับหุ้นที่โอนไปมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ตำรวจควบคุมตัวพ.ต.ท.บรรยิน ได้ที่บ้านพักในอ.ปากช่อง จ.นครศรีธรรมราช แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน พ.ต.ท.บรรยิน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

แต่ในคดีที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ตามกฎหมายต้องส่งสำนวนคดีให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า จะเห็นแย้งหรือไม่ ซึ่ง พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา มีความเห็นแย้ง จึงเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสูดที่จะชี้ขาดว่า จะสั่งฟ้องหรือไม่

 

 

คดีที่มีความซับซ้อน และมีข้อสงสัยตั้งแต่การเสียชีวิต นำไปสู่กระบวนการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง เมื่อตำรวจกองปราบปราม นำเทคโนโลยีกล้องและหุ่นจำลองไปวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ตรวจสอบทิศทางการวิ่งและความเร็วของรถขณะเกิดอุบัติเหตุ

อุปกรณ์เหล่านี้ถูกติดตั้งในรถยนต์เลกซัส รุ่นเดียวกับคันเกิดเหตุ เริ่มจากจุดที่ พ.ต.ท.บรรยิน ให้การว่า ขับรถบนเส้นทางถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ มีรถยนต์วิ่งตัดหน้าทำให้ต้องหักหลบ เสียหลักพุ่งเข้าขอบทางประมาณ 50 เมตร และชนต้นไม้



พิจารณาร่วมกับเอกสารกระบวนพิจารณาจากศาลจังหวัดพระโขนง ที่ถูกเผยแพร่ พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานตามวันเกิดเหตุ พ.ต.ท.บรรยิน และ นายชูวงษ์ เดินทางไปเล่นกอล์ฟที่สนามกอล์ฟเลควูด ขากลับยังมีพยานที่เชื่อได้ว่า ทั้งสองคนยังอยู่ด้วยกัน

เหตุการณ์หลังจากพ.ต.ท.บรรยิน ขับรถผู้ตายออกจากสนามกอล์ฟ มีช่วงเวลาก่อนถึงจุดเกิดเหตุที่สามารถรับสัญญานโทรศัพท์ได้ว่า ทั้งสองคนอยู่ที่บริเวณระหว่างซอยรัตนราชและตำบลบางโฉลงไม่น้อยกว่า 30 นาที

ส่วนพยานหลักฐานของโจทก์กรณีเหตุรถชนต้นไม้ มีข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า ความเร็ว ลักษณะความเสียหาย คุณสมบัติของรถ และลักษณะบาดแผลของผู้ตาย ไม่น่าจะทำให้ผู้ตายเสียชีวิตจากเหตุรถชนต้นไม้ได้ เป็นเหตุให้เชื่อว่าผู้ตายเสียชีวิตก่อนถึงจุดเกิดเหตุ

ส่วนพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับแรงจูงใจ ปรากฎชื่อบุคคลใกล้ชิดได้ประโยชน์จากการโอนหุ้นมูลค่ากว่า 263 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ศาลพิจารณาว่า ครบองค์ประกอบความผิดตามฟ้อง ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา

กลับขึ้นด้านบน