เตรียมเรียกเงินค่าทำศพคืน "สาคร สาชีวะ" เหยื่อแจ้งตายผิดคน

เตรียมเรียกเงินค่าทำศพคืน "สาคร สาชีวะ" เหยื่อแจ้งตายผิดคน

เตรียมเรียกเงินค่าทำศพคืน "สาคร สาชีวะ" เหยื่อแจ้งตายผิดคน

รูปข่าว : เตรียมเรียกเงินค่าทำศพคืน "สาคร สาชีวะ" เหยื่อแจ้งตายผิดคน

สำนักงานประกันสังคม จ.ศรีสะเกษ แจ้งครอบครัวนายสาคร สาชีวะ ชาวอำเภอโนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เพื่อเตรียมเจรจาและเรียกเงินจ่ายค่าทำศพผิดคนกว่า 4 หมื่นบาท ขณะที่นายอำเภอโนนคูณ เรียกร้องให้สน.นางเลิ้ง และโรงพยาบาล ช่วยเยียวยาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น

กรณีการแจ้งตายผิดคนของนายสาคร สาชีวะ ชาวอำเภอโนนคูณ จ.ศรีสะเกษ ที่ถูกอ้างว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ใช่ว่าจะราบรื่น เพราะเขาและครอบครัว กำลังเดือดร้อนจากการต้องหาเงินมาจ่ายค่าทำศพคืนให้กับประกันสังคม และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ 

วันนี้ (20 ธ.ค.2560) นางธนพร ไชยสิทธิ์ นักวิชาการการเงินและบัญชีชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงกรณีการจ่ายเงินในกองทุนประกันสังคมให้กับญาตินายสาคร สาชีวะ ชาวอ.โนนคูณ ที่ถูกอ้างว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเงินกว่า 40,000 บาท โดยขณะนี้ได้เตรียมนำเอกสารบันทึกปากคำ และแบบฟอร์มการคืนสิทธิ์ทางประกันสังคมให้กับนายสาคร และเรียกเงินคืน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้ต้องรอเอกสารการอ้างอิง ทางทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง เพื่อยืนยันการคืนสิทธิ์ เพราะไม่ใช่สิทธิ์ที่พึงจะได้รับ ส่วนการจะเรียกเงินคืนจากครอบครัวนายสาคร ต้องมีการพูดคุยกับครอบครัวนายสาครอีกครั้ง

ขณะที่ญาตินายสาคร บอกว่ารู้สึกดีใจที่ทราบว่านายสาคร ยังไม่เสียชีวิต แต่ตอนนี้ครอบครัวรู้สึกกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องชดใช้คืนรัฐ คือค่าประกันสังคมจำนวน 40,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพจำนวนกว่า 200,000 บาท จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเยียวยา

สำหรับขั้นตอนการคืนสิทธิ์ทางทะเบียนราษฎร์ให้กับนายสาครนั้น นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณ ระบุว่าขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์อำเภอ เสนอเรื่องไปยังสำนักงานเขตพระนคร เพื่อทำการเพิกถอนใบมรณบัตรให้กับนายสาคร

นอกจากนี้ยังมองว่าการเยียวยาในส่วนของเงินได้รับงินประกันสังคมไปทำศพแล้ว ในส่วนนี้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการชันสูตรพลิกศพ คือทางสน.นางเลิ้ง และโรงพยาบาลวชิระ ต้องไปดูว่าการตรวจสอบและออกใบมรณบัตรมีข้อบกพร่องอย่างไร รวมทั้งต้องเยียวยาความเดือดร้อนให้กับนายสาคร 

 

พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลคืนสิทธิ์

ขณะที่ทีมข่าวไทยพีบีเอส ตรวจสอบหาข้อผิดพลาดว่าเกิดขึ้นจากส่วนไหน โดบพบว่าตำรวจ สน.นาง เลิ้ง ตรวจที่เกิดเหตุวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ในห้องพักของผู้เสียชีวิต แล้วพบเอกสารหลักฐาน 2 อย่างนี้ โดบพบสำเนาบัตรประชาชนของนายสาคร มีชื่อ มีที่อยู่ในศรีสะเกษ ชัดเจน แต่หากสังเกตภาพมันลางๆ เหมือนจงใจถูกขูดออกไป คนๆนี้อาจเก็บบัตรของนายสาครไปได้ แล้วไปสวมเป็นตัวเองเพื่อไปสมัครงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ขณะที่ยังเทียบกับบัตรพนักงาน ที่ตำรวจพบในที่เกิดเหตุเป็นภาพผู้เสียชีวิต แต่ใช้ชื่อสาคร พอเห็นเอกสาร 2 อย่างนี้ตำรวจก็สรุปว่าเป็นนายสาคร

โดยยังพบอีกว่า ในห้องพักมีเอกสารอีกอย่างคือ กระดาษเป็นข้อที่มูลส่วนบุคคลของนายสาคร มีภาพตัวจริงของนายสาคร ซึ่งใบหน้าไม่เหมือนกับผู้เสียชีวิต เจ้าของหอพักเก็บเอกสารฉบับนี้ไว้ หลังจากที่ตำรวจตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว

ร.ต.ท.วีระยุทธ ศรีสุพัฒน์ พนักงานสอบสวนนครบาลนางเลิ้งบอกว่า จะต้องประสานแพทย์นิติเวชเก็บ ดีเอ็นเอ นายสาคร พ่อ และแม่ เพื่อนำไปเปรียบเทียบ ถ้าตรงกันจะแก้ไขคืนสิทธิให้กับนายสาคร และให้ญาติของนายสาคร นำเถ้ากระดูกของผู้เสียชีวิตมาตรวจสอบด้วยว่าเป็นใคร

แต่ที่แปลกอีกอย่างคือ แพทย์ยืนยันได้อย่างไรว่าเป็นศพนายสาคร ทั้งที่ญาติทักท้วงแล้วว่า ฟันยื่นกว่าตัวจริงนายสาครฟันหลอ เรื่องนี้นพ.วรวิทธ วณิชกุลบดี แพทย์นิติเวชคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลวชิระพยาบาล อธิบายว่า ญาติต้องทักท้วงเป็นทางการ และไม่รับศพกลับไป แพทย์จึงจะพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล อาจจะตรวจลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติทำฟัน ภาพเอ็กซเรย์ และเปรียบเทียบดีเอ็นเอ กับพ่อ แม่ และลูก

นพ.วรวิทธ วณิชกุลบดี แพทย์นิติเวช คณะแพทย์ศาสตร์ ทางโรงพยาบาลวชิระ ยอมรับว่าเคยพบกรณีมีผู้เสียชีวิตสวมบัตรบุคคลอื่น ซึ่งโรงพยาบาล รับทราบเมื่อได้ติดต่อให้ญาติมารับศพและมีบุคคลตัวจริงออกมาแสดงตัว

 

 

กลับขึ้นด้านบน