ตำรวจเร่งหาหลักฐานทรัพย์สินที่หายไป หลังเหตุยิงว่าที่เจ้าสาว จ.ชุมพร

ตำรวจเร่งหาหลักฐานทรัพย์สินที่หายไป หลังเหตุยิงว่าที่เจ้าสาว จ.ชุมพร

ตำรวจเร่งหาหลักฐานทรัพย์สินที่หายไป หลังเหตุยิงว่าที่เจ้าสาว จ.ชุมพร

รูปข่าว : ตำรวจเร่งหาหลักฐานทรัพย์สินที่หายไป หลังเหตุยิงว่าที่เจ้าสาว จ.ชุมพร

ตำรวจยืนยันอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน หลังครอบครัวของ น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส ที่ถูกว่าที่เจ้าบ่าวยิงเสียชีวิต มีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินที่หายไป โดยขอให้ญาติอย่าเพิ่งให้ข่าวกับสื่อมวลชน เพราะข้อมูลอาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้

วันนี้ (26 ธ.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีญาติของ น.ส.นนทิญา หรือ ปอ ครัวจัตุรัส เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สลุย จ.ชุมพร ที่ถูกยิงเสียชีวิต มีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินที่หายไปของผู้ตาย โดยเมื่อวานนี้ (25 ธ.ค.) ญาติได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร ซึ่งเบื้องต้นมีการชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด ทั้งในที่เกิดเหตุและบ้านผู้ต้องหา ไม่พบทรัพย์สินทั้งเงินและทองรูปพรรณตามที่ญาติระบุถึง ซึ่งมีเพียงสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารหลายเล่มและหลายธนาคาร พร้อมบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งตำรวจได้มอบให้นายบำรุง ครัวจัตุรัส พี่ชายของผู้เสียชีวิตไปเก็บไว้ ตามที่ร้องขอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานทุกอย่าง

พล.ต.ต.สนธิชัย เปิดเผยว่า โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหา 2 คน ไม่ได้หายไป และตำรวจเก็บรักษาไว้ใช้เป็นหลักฐาน ซึ่งจะตรวจสอบข้อมูลและแกะรอยว่ามีทรัพย์สินหายไปจริงหรือไม่ ส่วนกรณีที่ครอบครัวระบุว่า มีการถอนเงินออกจากธนาคาร ภายหลังเกิดเหตุฆาตกรรม ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มอยู่ที่นายบำรุง ส่วนที่จะมีการโอนผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะโทรศัพท์ทั้ง 3 เครื่อง อยู่ที่ตำรวจเบื้องต้น ขอให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตนำหลักฐาน เอกสาร หรือข้อมูลเป็นประโยชน์มามอบให้ตำรวจ เพื่อจะได้ตรวจสอบหาเส้นทางทรัพย์สิน สร้างความกระจ่างให้ทุกฝ่าย และไม่อยากให้ข่าวจนเป็นกระแสสร้างความสับสน โดยตำรวจจะทำให้ทุกอย่างชัดเจน ให้ความเป็นธรรมกับทุกคนไม่ว่าทางครอบครัวผู้สูญเสียเองหรือทางครอบครัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน

ด้านนายวินัย ปานชาติ บิดาของนายรณชัย หรือ เก่ง ปานชาติ ผู้ต้องหาในคดี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็รู้สึกเครียดมากจนไม่อยากดูข่าว พร้อมทั้งวิงวอนขอความเห็นใจ ให้หยุดโจมตีซ้ำเติมครอบครัว เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ส่วนตัวยืนยันว่าอยากจะไปเคารพศพ น.ส.นนทิญา และไปแสดงความเสียใจและขอโทษครอบครัว แต่ไม่กล้าไป เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย แต่จะหาโอกาสไปขอโทษแน่นอน ส่วนเรื่องเงินสินสอดไม่ขอพูดถึง เพราะไม่อยากให้มีปัญหาตอบโต้กันไปมา

 

 

กลับขึ้นด้านบน