จีนปิด"ตลาดค้างาช้าง"ใหญ่ที่สุดในโลก 31 ธ.ค.นี้

จีนปิด"ตลาดค้างาช้าง"ใหญ่ที่สุดในโลก 31 ธ.ค.นี้

จีนปิด"ตลาดค้างาช้าง"ใหญ่ที่สุดในโลก 31 ธ.ค.นี้

รูปข่าว : จีนปิด"ตลาดค้างาช้าง"ใหญ่ที่สุดในโลก 31 ธ.ค.นี้

จีน ประกาศยุติตลาดค้างาช้างภายในประเทศ ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ นักอนุรักษ์ ยกย่องเป็น "ผู้นำที่ยิ่งใหญ่" เริ่มต้นปี 2561พร้อมเรียกร้องรัฐบาลไทย เวียดนาม พม่า ลาว ควรต้องเร่งปิดตลาดงาช้างภายในประเทศที่ผิดกฎหมาย เพื่อลดการฆ่าช้างเอางาเฉลี่ยวันละ 55 ตัว

วันนี้ (27 ธ.ค.2560) ดร.เฟรด ควาเม่ คูม่าร์ ผู้อำนวยการองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF สำนักงานแอฟริกา กล่าวว่า ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ เป็นวันที่จีน ให้พันธะสัญญาว่าจะปิดตลาดการค้างาช้างที่ถูกกฎหมายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน และร้านค้างาช้าง ที่ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างอย่างถูกกฎหมาย ต้องยุติการค้าขายงาช้างและสินค้างาช้างทั้งหมดทั่วประเทศ

การปิดตลาดค้างาช้างในจีน แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นปี 2561 ด้วยการก้าวไปข้างหน้าที่จะรักษาชีวิตช้างแอฟริกา เนื่องจากมีข้อมูลว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ทุกวันจะมีช้าง 55 ตัวถูกฆ่าจากการล่า เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าจากงาช้างที่เพิ่มมากขึ้นในจีน และประเทศเพื่อนบ้าน การจัดการปิดตลาดงาช้างของจีน ถือเป็นมาตรการที่ชัดเจนมากกว่ามาตรการในประเทศอื่นๆ การตัดสินใจนี้จะพลิกวิกฤติการล่าช้างเพื่อเอางาและการลักลอบซื้อขายงาช้างที่ผิดกฎหมาย และหวังว่าจีนจะร่วมมือกับเราในการเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลาว ไทย พม่าและเวียดนามในการดำเนินการตามข้อเรียกร้องนี้เพื่อปิดตลาดค้างาช้างที่ถูกกฎหมายโดยทันที

 

ห่วงตลาดค้าสัตว์ป่าออนไลน์ยังไม่หมด 

ดร.เฟรด ควาเม่ คูม่าร์ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จีนต้องใช้เวลาในการสื่อสาร และการใช้มาตรการต่างๆ เพราะมีหลักฐานที่สำคัญยืนยันได้ว่า ยังมีการค้างาช้างที่ผิดกฎหมายในวงกว้าง ทั้งการค้าในรูปแบบออนไลน์ และการค้าแบบไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศจีน ถ้ายังไม่มีการแก้ไขการค้างาช้างอย่างผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง จะทำให้การประกาศปิดตลาดงาช้างในจีนไม่เกิดผลเท่าที่ควร

นอกจากนี้อยากเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านต้องดำเนินการตามอย่างประเทศจีน เพื่อปิดตลาดค้างาช้างที่ถูกกฎหมายในประเทศของตน การปิดตลาดงาช้างในจีนเป็นก้าวย่างที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจเป็นหน ทางที่ทำให้ทิศทางของตลาดงาช้างหันเหไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวียดนาม กัม พูชา ลาว พม่า และ ไทย ซึ่งเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากนิยมซื้อผลิตภัณฑ์งาช้าง และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าอื่นๆ

ถึงแม้รัฐบาลไทย ได้ดำเนินมาตรการที่ดีในการลดการซื้อขายงาช้างในประเทศ แต่ไทยยังคงไว้ ซึ่งตลาดงาช้างที่ถูกกฎหมายจากผลิตภัณฑ์งาช้างที่ได้มาจากช้างในประเทศ ตลาดงาช้างที่ถูกกฎหมายดังกล่าวเป็นการสร้างโอกาสให้อาชญากร สามารถค้าขายงาช้างแอฟริกันในประเทศไทยได้ และยังสร้างความสับสนในนักท่องเที่ยวที่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างในไทยได้ แต่ไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้อย่างถูกกฎหมาย

เยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย กล่าวชื่น ชมรัฐบาลไทยในความพยายามลดการการค้างาช้างผิดกฎหมายในประเทศ แต่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการแสดงความเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาระดับโลกนี้ ไทยควรกำหนดขั้นตอนต่างๆที่จะนำไปสู่การปิดตลาดงาช้างภายในประเทศอย่างสมบูรณ์

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน