สธ.ร่วมมือตำรวจจับตรวจเลือด "เมาแล้วขับ" ช่วงปีใหม่

สธ.ร่วมมือตำรวจจับตรวจเลือด "เมาแล้วขับ" ช่วงปีใหม่

สธ.ร่วมมือตำรวจจับตรวจเลือด "เมาแล้วขับ" ช่วงปีใหม่

รูปข่าว : สธ.ร่วมมือตำรวจจับตรวจเลือด "เมาแล้วขับ" ช่วงปีใหม่

กระทรววงสาธารณสุขจับมือตำรวจ เจาะเลือดตรวจแอลกอฮอล์อุบัติเหตุทุกราย ปิดช่องโหว่คนเมาแล้วขับใช้ช่องว่างกฎหมายไม่ยอมเป่า

วันนี้ (27 ธ.ค.2560) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมสร้างความปลอดภัยรณรงค์ "ดื่มแล้วขับ จับตรวจแอลกอฮอล์" จัดทำโครงการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่ในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บรุนแรง หรือเสียชีวิต เพื่อให้เกิดการดำเนินคดีกับผู้ที่ขับรถในขณะเมาสุราทุกราย ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถเป่าลมหายใจผ่านเครื่องตรวจแอลกอฮอล์ หรือ กรณีเจ้าพนักงานตำรวจสงสัย หรือคู่กรณีร้องขอให้ส่งตัวเจาะเลือดตรวจหาระดับแอลกอฮอล์ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเข้มงวดเอาจริงเอาจัง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

 

ขณะที่ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกลุ่มคนเลิกเหล้า จัดกิจกรรมเดินรณรงค์และแจกสื่อประชาสัมพันธ์ ภายใต้แนวคิดส่งความสุขปีใหม่ไม่ให้เหล้า เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการเกิดอุบัติเหตุความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท รวมทั้งปัญหาอาชญากรรม จึงควรงดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นของขวัญปีใหม่

 

ข้อมูลจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ผู้ที่เคยได้รับของขวัญเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในปี 2551 อยู่ที่ ร้อยละ 30.5 แต่เมื่อมีการรณรงค์ให้เหล้าเท่ากับแช่งอย่างต่อเนื่อง พบว่าในปี 2560 มีผู้ที่เคยได้รับของขวัญเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 9

นอกจากนี้ ยังพบว่าในเทศกาลปีใหม่มักเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าช่วงปกติถึง 2 เท่า ในปี 2560 พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นการเมาสุรา ร้อยละ 36.59

 

กลับขึ้นด้านบน