แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินดอนเมือง 2-3 ชม.

แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินดอนเมือง 2-3 ชม.

แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินดอนเมือง 2-3 ชม.

รูปข่าว : แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินดอนเมือง 2-3 ชม.

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินดอนเมือง 2-3 ชั่วโมง ป้องกันการพลาดเที่ยวบิน คาดประชาชนจะใช้บริการหนาแน่นสุด 31 ธ.ค.นี้

วันนี้ (28 ธ.ค.2560) นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "ศูนย์ประสานงานและอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชน" เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61 บริเวณศูนย์ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยาน ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 เพื่ออำนวยความสะดวก ความปลอดภัยและรวดเร็วแก่ประชาชน

โดยขณะนี้ประชาชนทยอยเดินขาทางออกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะหนาแน่นที่สุด ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะมีผู้ใช้บริการกว่า 113,000 คน หลังจากนั้นประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางกลับ เฉลี่ยประมาณ 110,000 คนต่อวัน และจะกลับสู่สภาวะปกติหลังจากวันที่ 4 ม.ค.2561

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง ยังขอให้ประชาชน เผื่อเวลา 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันพลาดเที่ยวบิน เนื่องจากมีการปิดสะพานลอยเข้าท่าอากาศยานดอนเมือง บนถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) อาจส่งผลต่อการจราจรทำให้ไม่สะดวก หรือเกิดความล่าช้า พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ ให้จอดรถยนต์บริเวณชานชาลาอาคารผู้โดยสาร เพื่อการรับ-ส่งเท่านั้น

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการจัดชุดตรวจผสมร่วม เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตระเวน พร้อมทั้งเพิ่มความถี่ในการออกตรวจพื้นที่ และรักษาความปลอดภัย ตลอดจนจัดชุดสุนัขทหาร K9 เจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิด (EOD) สุ่มตรวจภายใน-ภายนอกอาคารผู้โดยสาร และเพิ่มความเข้มงวดการผ่านเข้า-ออกพื้นที่หวงห้ามและช่องทางอนุญาต

ด้านนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน สั่งการและกำชับให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานทุกแห่ง เตรียมความพร้อมตามแผนอำนวยความสะดวก และมาตรการรักษาความปลอดภัย รองรับการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงเทศกาล โดยจัดเจ้าหน้าที่ให้บริการและดูแลผู้โดยสารอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ในเรื่องของความปลอดภัยได้เพิ่มเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ EDS พร้อมสายพานลำเลียงสัมภาระห้องควบคุมและอุปกรณ์ ที่ท่าอากาศยาน 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานกระบี่ และท่าอากาศยานอุดรธานี และอยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 1 แห่ง คือท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ตามข้อพึงปฏิบัติขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ

 

กลับขึ้นด้านบน