"ศรีสุวรรณ" ยื่น กสม.ตรวจสอบรื้อชุมชนริมคลอง ชี้ละเมิดสิทธิ

"ศรีสุวรรณ" ยื่น กสม.ตรวจสอบรื้อชุมชนริมคลอง ชี้ละเมิดสิทธิ

"ศรีสุวรรณ" ยื่น กสม.ตรวจสอบรื้อชุมชนริมคลอง ชี้ละเมิดสิทธิ

รูปข่าว : "ศรีสุวรรณ" ยื่น กสม.ตรวจสอบรื้อชุมชนริมคลอง ชี้ละเมิดสิทธิ

5 สมาคมนักกฎหมาย-สิทธิมนุษยชน นำชาวบ้านริมคลอง 43 ชุมชน ยื่นหนังสือให้ กสม. ตรวจสอบการรื้อย้ายชุมชน อ้างละเมิดสิทธิ ทำลายวัฒนธรรม กดดันชาวบ้านร่วมสร้างหนี้ในโครงการบ้านมั่นคง

วันนี้ (28 ธ.ค.2560) ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย สมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและสิ่งแวดล้อม และสมาคมพิทักษ์สิทธิด้านกฎหมายภาคพลเมือง เครือข่ายภาคีนิติธรรมาภิบาลเพื่อชาติ เครือข่ายชุมชนคนริมคลองลาดพร้าว 43 ชุมชน และชาวบ้านชุมชนริมคลองอื่นๆ อีก 8 สายคลอง คือ คลองเปรมประชากร, คลองบางเขน, คลองสามวา, คลองลาดบัวขาว, คลองบางซื่อ, คลองประเวศบุรีรมย์, คลองพระโขนง และคลองพระยาราชมนตรี เข้ายื่นคำร้องให้ กสม.ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีโครงการบ้านมั่นคง

โดยอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนจากการที่กรมธนารักษ์ ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับชาวบ้านที่ปลูกบ้านพักอาศัยอยู่บนที่ดินตลอดแนวชานคลองลาดพร้าว ระยะทาง 24 กิโลเมตร ข้อหา “บุกรุกเข้าไปยึดถือที่ดินของรัฐ และทำให้เสียหายซึ่งทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์” ตามโครงการการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ ซึ่งเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก่อให้เกิดความล่มสลายของชุมชนที่มีวัฒนธรรมอยู่ร่วมกับสายน้ำมาร้อยกว่าปี อีกทั้งโครงการนี้ยังบังคับให้เป็นหนี้ในรูปแบบบ้านมั่นคง ก่อให้เกิดความขัดแย้งในชุมชนต่างๆ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ชาวบ้านชุมชนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากกรณีหน่วยงานรัฐดำเนินการไล่รื้อ แต่ชาวบ้านไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง เนื่องจากต้องกู้เงินจากธนาคารอย่างน้อย 500,000 บาทต่อหลัง อีกทั้งที่ดินดังกล่าวเป็นลักษณะของการเช่าที่กรมธนารักษ์ อายุสัญญาเช่า 30 ปี จากนั้นจะมีการเจรจาอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนไม่มีรายได้มั่นคง ศักยภาพอาจไม่เพียงพอในการผ่อนชำระ และมีความเสี่ยงต่อการถูกยึดบ้าน

ส่วนกรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนริมคลองนั้น ชาวบ้านตามแนวเขื่อนยินดีรื้อย้าย แต่ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือและชดเชยค่ารื้อถอน หลังละ 400,000 บาท หรือตลอดสายคลองรวม 200-300 ล้านบาท

ขณะที่นายบุญเกื้อ สมนึก รองเลขาธิการ กสม. กล่าวว่า วันนี้สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว โดยจะตรวจสอบข้อมูล ก่อนสรุปคำร้องเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ กสม. ไม่เกินวันที่ 9 ม.ค.2561 จากนั้นอาจขอเอกสาร หรือข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

กลับขึ้นด้านบน