พล.อ.ประวิตร เดินหน้าสร้างความรับรู้ "สัญญาประชาคม"

พล.อ.ประวิตร เดินหน้าสร้างความรับรู้ "สัญญาประชาคม"

พล.อ.ประวิตร เดินหน้าสร้างความรับรู้ "สัญญาประชาคม"

รูปข่าว : พล.อ.ประวิตร เดินหน้าสร้างความรับรู้ "สัญญาประชาคม"

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประชุมคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองครั้งแรกของปี 2561 ชี้ยังสร้างการรับรู้ของประชาชนไม่เพียงพอ ขออย่านำเรื่องสัญญาประชาคมมาโยงกับการเลือกตั้ง ย้ำไม่คิดเล่นการเมือง แค่มาทำงานการเมือง

วันนี้ (8 ม.ค.2561) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ครั้งแรกของปี 2561 ว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีความคืบหน้าในการสร้างการรับรู้สัญญาประชาคม แต่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งปีนี้จะต้องเดินหน้าสร้างการรับรู้ให้ประชาชน สนับสนุนกระบวนการสร้างความปรองดอง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่แบ่งฝ่าย และไม่เกิดความขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา

พล.อ.ประวิตร ระบุว่าการขับเคลื่อนงานปรองดองของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง จะเป็นคนละส่วนกับการเตรียมการเลือกตั้งและไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกัน เพราะจะสร้างความสับสนได้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงสถานะเป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร ตัวเองไม่ขอแสดงความเห็น และควรไปสอบถามเพิ่มเติมจากนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่เคยมาตัวเองปรึกษาในเรื่องนี้ ส่วนตัวย้ำว่าไม่มีความคิดจะเล่นการเมืองอยู่แล้ว แค่มาทำงานการเมืองให้เท่านั้น

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ระบุถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอสถานะลี้ภัยกับทางการอังกฤษว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้และเป็นหน้าที่ของตำรวจ รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ แต่ทราบว่าอยู่ประเทศอังกฤษตามที่ปรากฏภาพในข่าวต่างๆ

ทั้งนี้ ยังไม่ได้พิจารณาว่า รัฐบาลควรมีท่าที หรือจุดยืนอย่างไร หากรัฐบาลอังกฤษให้สถานะลี้ภัยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะยังไม่ไปถึงจุดนั้น และสื่อไม่ควรคิดไปล่วงหน้า ส่วนนักการเมืองที่เดินทางไปพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่อังกฤษจะมีความผิดหรือไม่นั้น ตัวเองไม่ทราบและไม่รู้ว่ามีนักการเมืองคนใดเดินทางไปบ้าง รวมทั้งไม่ทราบว่าการปรากฎตัวดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่

พล.อ.ประวิตร ระบุถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องแหวนเพชรและนาฬิกาหรู ว่า ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปแล้ว ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย และตัวเองไม่ขอพูดถึงกระแสวิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมปฏิเสธตอบคำถามว่าส่งหนังสือชี้แจงรอบ 2 แล้วหรือไม่

กลับขึ้นด้านบน