ไขข้อข้องใจ "ชายหาด" ใครครอง?

ไขข้อข้องใจ "ชายหาด" ใครครอง?

ไขข้อข้องใจ "ชายหาด" ใครครอง?

รูปข่าว : ไขข้อข้องใจ "ชายหาด" ใครครอง?

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบโรงแรมดัง อ้างครอบครองพื้นที่ชายหาด จ.ภูเก็ต ขณะที่นักวิชาการ เสนอให้กรมเจ้าท่า สำรวจเส้นชายฝั่งทั้ง 23 จังหวัดติดทะเลให้เป็นปัจจุบัน พร้อมจี้ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่เอกชนยึดที่ริมหาดท่องเที่ยวใหม่

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ ตั้งคำถามข่าวโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ที่จ.ภูเก็ต ไล่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ให้นอนบนชายหาด โดยบอกว่าเป็นพื้นที่ของโรงแรม จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

วันนี้ (8 ม.ค.2561) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือทช. กล่าวว่า ภาพรวมยังยืนยันว่าชายหาด ทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นที่สาธารณะประโยชน์ ไม่สามารถครอบครองเป็นสมบัติส่วนตัวได้ แต่ส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายหาดท่องเที่ยวที่มีโรงแรมและรีสอร์ทตั้งอยู่ มักจะมีการกั้นรั้วปิดทางขึ้นและลง ห้ามให้ผู้อื่นเข้าพื้นที่หน้าหาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 

โดยกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่ชายหาดบางเทา ในอ.ถลาง จ.ภูเก็ต ขณะนี้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบอย่างเร่งด่วนแล้ว และอาจต้องสำรวจชายหาดท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีปัญหาลักษณะคล้ายกันนี้ทั้งหมด ซึ่งยอมรับว่ารู้สึกงง เหมือนกันว่าทำไมเจ้าของถึงอ้างเอาชายหาดไปเป็นสมบัติส่วนตัวกัน 

 

บริเวณชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี

บริเวณชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี

 

"ชายหาด"ที่ดินสาธารณะประโยชน์ห้ามครอบครอง

ด้านนายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บอกว่า พื้นที่ชายหาด หมายถึงที่ดินที่น้ำทะเลขึ้นและลง ท่วมถึงจรดแค่แนวพันธ์ุพืช และพันธ์ุไม้ของแผ่นดิน ซึ่งส่วนใหญ่โรงแรมมักจะมีการอ้างสิทธิ์ในจุดนี้ ทั้งๆที่ดินจากที่พันธ์ุพืชขึ้นได้ลงไปสุดทะเล เป็นชายหาดสาธารณะห้ามครอบครอง 

ที่ผ่านมากรมเจ้าท่า มีการทำเส้นชายฝั่งตลอดแนวชายทะเลทั้ง 23 จังหวัดที่ปักหมุดหลักสีขาวๆ ประ มาณ 1 เมตรเอาไว้ แต่นานแล้ว ไม่ได้มีการปรับเส้นชายฝั่งที่เป็นปัจจุบันว่าจุดไหนทะเลหาย หรือทะเลงอกใหม่บ้าง จึงเสนอว่ากรมเจ้าท่า ควรต้องสำรวจใหม่ให้เป็นปัจจุบัน

นักวิชาการ เสนอว่า นอกจากนี้ในทางกฎหมาย หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ควรต้องใช้บทเรียนนี้ล้างกระดาน ตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินชายหาด ที่ยังไม่ตรงกันระหว่างข้อมูลของกรมที่ดิน และกรมเจ้าท่า เพราะเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เอกชนครอบครองที่ดินริมชายหาดท่องเที่ยวในตอนนี้

 

บริเวณชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี

บริเวณชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี

ส่วนกรณีของชายหาดที่เป็นข่าวเสนอว่าให้ทางจังหวัดหรือท้องถิ่น เข้าไปตรวจสอบรายละเอียด เพราะหากอยู่ในเขตประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็จะมีข้อห้ามการใช้พื้นที่ รวมทั้งการกำหนดแนวถอยร่นจากหน้าหาดไปจนถึงชายทะเลที่ส่วนใหญ่จะต้องไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ระยะ 30-50 เมตร รวมทั้งกำหนดเรืองความสูงของอาคาร และกิจกรรมที่กระทบต่อชายหาดด้วย 

ข้อพิพาทนักท่องเที่ยว ณ หาดบางเทา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้เกิดขึ้นวานนี้ (7 ม.ค.) โดยนักท่องเที่ยวถูกพนักงานโรงแรมไล่ออกจากพื้นที่โรงแรมตั้งอยู่บริเวณหาดเลพัง - บางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ไม่ให้นักท่องเที่ยวปูเสื่อนั่งในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากอ้างพื้นที่ชายหาดเป็นของโรงแรม และขอให้ย้ายเสื่อออกไปด้วย

ขณะที่ทีมข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์ตรวจสอบ นักกฎหมายระบุว่า พื้นที่ชายหาด หมายถึง ที่ดินที่น้ำท่วมถึงและที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ให้ประชาชนใช้ร่วมกัน ซึ่งผลของการเป็นสมบัติของแผ่นดิน บุคคลใดจะยึดถือครอบครอง หรือยกเอาอายุความขึ้นต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรม สิทธิ์หรือสิทธิอื่นใดไม่ได้ ฉะนั้น การเข้าไปครอบครองหรือปลูกสิ่งก่อสร้างในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงมีความผิดตามกฎหมาย และไม่อาจได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวได้

 

 

บริเวณชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี

บริเวณชายหาดปึกเตียน จ.เพชรบุรี

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน