ตรวจสอบทุจริต "เงินทอนวัด" จังหวัดทางภาคใต้

ตรวจสอบทุจริต "เงินทอนวัด" จังหวัดทางภาคใต้

ตรวจสอบทุจริต "เงินทอนวัด" จังหวัดทางภาคใต้

รูปข่าว : ตรวจสอบทุจริต "เงินทอนวัด" จังหวัดทางภาคใต้

วัดหลายแห่งในภาคใต้ที่ถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนบูรณปฎิสังขรณ์วัด จากสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เรียกเก็บเงินทอนวัดร่วมอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น

 

 

ยอดเงินจำนวน 4,000,000 บาท ที่สำนักพระพุทธศาสนาโอนเข้าบัญชีวัดสุริยาราม เมื่อเดือน มี.ค.2558 เป็นหลักฐานที่พระครูเมตตาธรรมรัต รองเจ้าอาวาสวัดสุริยาราม อ.เทพา จ.สงขลา ส่งให้คณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สตง.) ตรวจสอบ หลังอดีตผู้อำนวยสำนักพุทธศาสนาจังหวัดสงขลาอ้างว่า เงิน 4,000,000 บาท เป็นเงินอุดหนุนปฎิสังขรณ์วัด ถัดมาเดือนเดียวกันสำนักพุทธจังหวัดสงขลา แจ้งให้วัดโอนกลับคืน โดยอ้างว่าเบิกผิดระเบียบ

เช่นเดียวเช่นเดียวกับวัดคงคาสวัสดิ์ อ.เทพา รับเงินอุดหนุนบูรณะปฎิสังขรณ์วัด จากสำนักงานพุทธจังหวัดสงขลา ให้สร้างโรงทานจำนวน 2 ครั้ง เมื่อปี 2558 ครั้งแรกรับเงินจำนวน 800,000 บาท แต่ถูกเรียกคืน 600,000 บาท ครั้งที่ 2 วัดรับเงินจำนวน 3,000,000 บาท และถูกเรียกคืนจำนวน 2,200,000 บาท

 

 

จ.สงขลา มีวัดอย่างน้อย 10 แห่ง ในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.จะนะ อ.นาทวี อ.สะเดา และ อ.เทพา ได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักพุทธศาสนาในพื้นที่ แต่ภายหลังถูกเรียกกลับคืนทั้งสิ้น

พระครูโสตถิธีรคุณ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอเทพา เจ้าอาวาสวัดคงคาสวัสดิ์ อ.เทพา จ.สงขลา บอกว่า การทุจริตเงินแผ่นดิน หรือ เงินทอนวัด ที่ผ่านมาวัดส่วนใหญ่ไม่ทราบมาก่อน ทำให้วัดหลายแห่งทั่วประเทศ ตกเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม

ขณะที่สำนักงาน ปปช. จังหวัด ระบุว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ ปปช.ได้รับจากเจ้าอาวาสวัดจังหวัดทางภาคใต้ อยู่ในสำนวน ปปช. เพื่อเอาผิดอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศานาและผู้เกี่ยวข้อง ฐานร่วมกันทุจริตเงินอุดหนุนบูรณะปฎิสังขรณ์วัด หลังรวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้น

 

กลับขึ้นด้านบน