ค่าครองชีพแพงปัญหาหลักแรงงานไทย

ค่าครองชีพแพงปัญหาหลักแรงงานไทย

ค่าครองชีพแพงปัญหาหลักแรงงานไทย

รูปข่าว : ค่าครองชีพแพงปัญหาหลักแรงงานไทย

การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำในทุกปีนั้นถือว่าเป็นความหวังของผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศที่จะได้รับการปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นปีที่แล้วมี 69 จังหวัดได้รับการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มวันละ 5-10 บาท และ 8 จังหวัดไม่มีการปรับ

นางบุญเลี้ยง เทพศรี อายุ 50 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น รับจ้างทำงานก่อสร้างในกรุงเทพฯมานานกว่า 1 ปี ทำหน้าที่ขับรถโฟล์คลิฟต์ ได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 310 บาท เธอบอกว่า แทบไม่พอใช้จ่ายเพราะต้องดูแลลูกอีก 1 คน จึงต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อเพิ่มรายได้ให้พอกับค่าครองชีพในกรุงเทพฯที่สูง ทั้งค่าเดินทางและค่าอาหารในแต่ละมื้อ รวมถึงน้ำดื่ม เฉพาะค่าอาหารแต่ละมื้อก็เกือบ 100 บาท

จากการสำรวจร้านขายข้าวราดแกงย่านเสาชิงช้าพบว่า ข้าวราดแกง 1 อย่างจะอยู่ที่ 30-40 บาท หากเพิ่มแกง อีก 1 ถ้วย ราคา 40 บาท ก็จะตกมื้อละ 70-80 บาท ไม่นับหากต้องซื้อน้ำดื่มอีกขวดละ 7-10 บาท รวมแล้วมื้อนี้ต้องจ่ายสูงสุดมื้อละ 80-90 บาท หากต้องซื้ออาหาร 3 มื้อต่อวัน ก็มีค่าใช้จ่ายเกือบ 300 บาท ไม่นับรวมค่าเดินทางและค่าขนม จะเห็นว่าค่าแรงขั้นต่ำวันละ 310 บาทน้อยไป

ขณะที่ ลูกจ้างร้านทำผมย่านมีนบุรี บอกว่า ได้ค่าแรงวันละ 380 บาท แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันก็แทบไม่เหลือ

เจ้าของร้านข้าวแกงรายหนึ่งบอกว่า หากปรับค่าแรงแล้วราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นก็ต้องปรับราคาจำหน่ายเพิ่มอีก 5 บาท เพราะต้นทุนเพิ่ม ราคาอาหาร)จากการสำรวจราคาอาหารปรุงสำเร็จในแต่ละแห่ง พบว่าแม้จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯแต่ราคาอาหารพบว่าแตกต่างกัน 5-10 บาท ที่ตลาดมีนบุรีราคาก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ 40-45 บาทต่อชาม /ข้าวราดแกงจานละ 20-30 บาท/ ข้าวราดแกง 2 อย่าง 35 บาท/อาหารตามสั่งจานละ 40-50 บาท/น้ำดื่ม ขวดละ 10 บาท

หากเปรียบเทียบกับแรงงานในหัวเมืองใหญ่ เช่น หาญ บุญมี แรงงานรับจ้างชาวไทใหญ่ ในตัวเมือง จ.เชียงใหม่ แต่ละวันเขาจะมีค่าใช้จ่ายราว 250 บาท แยกเป็นค่าอาหาร 3 มื้อ มื้อละ 30 บาท ค่าที่พัก 50บาท ค่าเดินทาง 50 บาท และเก็บเพื่อผ่อนรถ 60 บาท เขาจะมีเงินเหลือเพียง 50 บาทเท่านั้น และหากวันไหนป่วย จะเป็นวันที่โชคร้ายที่สุด

มิตร ฝ้ายเกษม อาชีพรับจ้างทาสี เขาบอกว่า ค่าแรง 400 บาทต่อวัน นับว่าเพียงพอในระดับหนึ่ง แต่สำหรับภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวทั้งหมด จะต้องนำเงินของภรรยามารวมกัน

ผู้ใช้แรงงานหลายคนบอกตรงกันว่า แม้จะมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นอีก 2-15 บาทต่อวัน ก็แทบไม่มีผลต่อรายได้เพราะทุกครั้งที่ปรับค่าแรงราคาสินค้าจะปรับตามไปด้วย ปีที่ผ่านมา มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำใน 4 กลุ่มใน 69 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ ปริมณฑล สูงสุด 10 บาท ทำให้ค่าแรงปรับเพิ่มมาอยู่ที่วันละ 305-310 บาทและมี 8 จังหวัดไม่ได้ปรับขึ้นค่าแรง

 

กลับขึ้นด้านบน