ชีวิตที่เปลี่ยนไปของ "ณิชา" หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ชีวิตที่เปลี่ยนไปของ "ณิชา" หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ชีวิตที่เปลี่ยนไปของ "ณิชา" หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

รูปข่าว : ชีวิตที่เปลี่ยนไปของ "ณิชา" หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ชีวิตของ "ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์" เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลังตกเป็นผู้ต้องหาจากการถูกแก๊งค์คอลเซนเตอร์ สวมบัตรประชาชนเปิดบัญชี ขณะนี้เธอต้องหยุดงานประจำและเดินสายร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งเดินทางไปรายงานตัวต่อศาล จ.ตาก ทุก 6 วัน

หลังจาก น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ วัย 24 ปี ผู้เสียหายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดีอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะเดินทางไปที่ไหน ก็จะต้องนำแฟ้มเอกสารจำนวนหนึ่งติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานเรียกร้องความเป็นธรรม

วันนี้ (10 ม.ค.2561) ณิชา นำคำร้องมายื่นกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอใบยืนยันแจ้งความและอายัดบัตรประชาชนเพิ่มเติม รวมทั้งสอบถามว่า เพราะเหตุใดจึงมีช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพ นำบัตรประชาชนของเธอไปเปิดบัญชีธนาคารได้ ทั้งที่แจ้งความอายัดบัตรแล้ว

ณิชา เปิดใจกับไทยพีบีเอสว่า วันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.2561) ต้องกลับไปทำงานตามปกติ แต่การใช้ชีวิตหลังจากนี้จะไม่ปกติเหมือนทุกวัน เพราะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลที่ จ.ตาก ทุก 6 วัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นเหมือนฝันร้ายของครอบครัว เพราะเป็นการเข้าไปอยู่ในเรือนจำ 3 วัน 2 คืน ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด

"เสียความรู้สึกที่สุดช่วงที่เราต้องเข้าไปในคุกของเรือนจำ เราคิดว่าทำไมเราต้องมาอยู่ในนี้ ทั้งที่เราไม่ไได้ทำ เข้าใจว่าเป็นกระบวนการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ก็เสียใจว่าเราทำไมต้องมาอยู่ที่แบบนี้ต้องเป็นเราด้วยเหรอ"

ณิชา ยังต้องการให้กรณีนี้เป็นบทเรียนของธนาคารทุกแห่ง ที่ยังไม่ทำข้อตกลง (MOU) ร่วมกับกรมการปกครอง ให้เร่งจัดทำระบบตรวจสอบสถานะภาพบัตรประชาชนเชื่อมโยงกับสำนักทะเบียนราษฎร์ ให้ครบถ้วน ปิดช่องว่างในการก่ออาชญากรรมของกลุ่มมิจฉาชีพ

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน