ประเมินวันเด็กปี 61 เงินสะพัด 4,000 ล้านบาท

ประเมินวันเด็กปี 61 เงินสะพัด 4,000 ล้านบาท

ประเมินวันเด็กปี 61 เงินสะพัด 4,000 ล้านบาท

รูปข่าว : ประเมินวันเด็กปี 61 เงินสะพัด 4,000 ล้านบาท

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินในช่วงวันเด็กปีนี้ คาดว่า เงินสะพัดประมาณ 4,000 ล้านบาท คึกคักกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ผลสำรวจสิ่งที่เด็กต้องการจากพ่อแม่ พบว่า เด็กอยากให้พ่อแม่สุขภาพแข็งแรงและเลิกเล่นหวย

วันนี้ (12 ม.ค.2561) นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินในวันเด็กประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 3-7 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ปกครองร้อยละ 59.6 ไม่มีแผนไปทำกิจกรรมช่วงวันเด็กเนื่องจากติดงาน และสถานที่ไกล อีกร้อยละ 40.4 มีแผนจะไปทำกิจกรรม โดยพาเด็กไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยประเมินว่าวันเด็กปีนี้ จะมีเงินสะพัดเข้าระบบเศรษฐกิจประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคึกคักกว่าปีก่อน 

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินในวันเด็ก โดยกลุ่มตัวอย่าง อายุ 7-18 ปี พบว่า เด็กส่วนใหญ่มีเงินออมเหลือเก็บเฉลี่ยวันละประมาณ 25 บาท จากเงินที่ได้รับจากผู้ปกครองเฉลี่ยวันละ 93 บาท โดยเงินจำนวนนี้ส่วนใหญ่หมดไปกับการซื้อขนมและเครื่องดื่ม และยังพบว่า มีเด็กประมาณร้อยละ 8.6 ทำงานเพื่อหารายได้เพิ่ม


สำหรับผลสำรวจสิ่งที่เด็กต้องการจากพ่อแม่ พบว่า เด็กอยากให้พ่อแม่สุขภาพแข็งแรง อยากให้มีเงินมากๆ มีเวลาให้ลูกมากขึ้น ไม่อยากให้พูดเปรียบเทียบกับคนอื่น ไม่อยากให้บ่น ไม่อยากให้ทำงานหนัก และให้พ่อแม่เลิกเล่นหวย เป็นต้น

ขณะที่ของขวัญที่เด็กอยากได้จากรัฐบาล ได้แก่ ทุนการศึกษาและพัฒนาระบบการเรียนการสอน, เงินหรือทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าเดินทาง, อุปกรณ์เล่นเกมส์และของเล่นเด็ก ส่วนของขวัญที่เด็กอยากมอบให้นายกฯ ได้แก่ ความรักและสามัคคี, ดอกไม้, การ์ดอวยพร, ขนม และกระเช้าเพื่อสุขภาพ

ส่วนนักการเมืองที่เด็กอยากพบมากที่สุด อันดับแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รองลงมาคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ส่วนนักร้องหรือนักแสดงที่อยากพบ อันดับ 1 คือ ตูน บอดี้สแลม รองลงมาคือ ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ และอั้ม-พัชราภาไชยเชื้อ


ทั้งนี้ สิ่งที่เด็กวาดฝัน อยากเห็นประเทศไทยในอนาคต อันดับแรก ได้แก่ เป็นเมืองที่ไม่โกง รองลงมา เป็นเมืองที่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน เป็นเมืองที่ไม่ทะเลาะกัน เป็นเมืองที่สะอาดปราศจากยาเสพติด เป็นเมืองที่ไม่มีปัญหาอาชญากรรม ส่วนสิ่งที่เด็กต้องการให้นายกฯ ช่วยดำเนินการ ได้แก่ ให้ช่วยเหลือคนจนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น ส่วนอาชีพในฝันของเด็ก อันดับแรก แพทย์และนักร้องหรือดารา รองลงมา ครูและนักธุรกิจ ทหาร ตำรวจ และวิศวกร

กลับขึ้นด้านบน