“สะพานทุ่งนามุ้ย” จ.นครนายก ชิลวิถีไทย

“สะพานทุ่งนามุ้ย” จ.นครนายก ชิลวิถีไทย

“สะพานทุ่งนามุ้ย” จ.นครนายก ชิลวิถีไทย

เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ “สะพานทุ่งนามุ้ย” ต.สาริกา จ.นครนายก สร้างจุดขายย้อนวิถีไทยสู่คนเมือง ให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ ผ่านสะพานไม้ไผ่รูปตัวเอส ความยาว 150 เมตร บนแปลงนาท่ามกลางธรรมชาติ และสอนการทำเกษตร ปลูกผักสวนครัวแบบพึ่งพาตัวเอง กลายเป็นจุดแลนมาร์กใหม่ยอดฮิตคนชอบกลิ่นท้องทุ่ง

รูปข่าว : “สะพานทุ่งนามุ้ย” จ.นครนายก ชิลวิถีไทย

วันนี้ (14 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวที่ชอบความเป็นธรรมชาติและสัมผัสกับวิถีไทย ตอนนี้จ.นครนายก กำลังมีแหล่งท่องเที่ยวย้อนวิถีไทยแห่งใหม่ที่กลายเป็นจุดเช็กอินของนักเดินทางที่ชื่อว่าสะพานทุ่งนามุ้ย ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก โดยเฉพาะวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 300-500 คนต่อวันมาเยี่ยมเยือนที่นี่

สะพานทุ่งนามุ้ย เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวคดเคี้ยวเป็นรูปตัวเอส ความยาวประมาณ 150 เมตร พาดผ่านบนท้องนาสีเขียวขจีกว่า 2 ไร่ของครอบครัวลุงอ้อด ยังประโยชน์ เจ้าของแปลงนาแห่งนี้

น.ส.ประภาภร ยังประโยชน์ หรือ ขวัญ ตัวแทนกลุ่มกสิกรรมธรรมชาติ ลูกสาวของลุงอ้อด เล่าว่า สมัยก่อนชาวบ้านเรียกว่าแถวนี้ว่าทุ่งนามุ่ย เพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยดงหมามุ่ยเวลาน้ำท่วมชาวบ้านสัญจรลำบาก ต้องเดินอ้อมไปทางถนน แทนที่จะตัดผ่านท้องนาไปยังไร่นาของตัวเอง จึงเกิดไอเดียว่าทำสะพานไม่ไผ่ให้คนสัญจรสะดวกขึ้น แต่พอสร้างสะพานไม้ไผ่เสร็จ มีกลุ่มคนขี่จักรยาน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักในรีสอร์ทแถวๆนี้ เห็นว่าสวย งามก็นำไปบอกต่อปากต่อปาก จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยววิถีธรรมชาติแห่งใหม่

ตอนนี้มีการพัฒนารวมกลุ่มชาวบ้านทำเป็นจุดท่องเที่ยว และเรียนรู้ย้อนวิถีท้องถิ่นสู่ชนเมืองขึ้น นอกจากจะมีกองฟาง ต้นข้าว ยังมีผลผลิตในชุมชน เช่น มะพร้าว ผักสวนครัว อาหารพื้นบ้าน ข้าวที่ผลิตเองมาวางจำหน่าย และให้ความรู้นักท่องเที่ยว เช่น การสอนปลูกผักสวนครัวให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาปลูก และเก็บเกี่ยวผลผลิตไปกินเองรวมทั้งจะลดการใช้โฟมลดขยะ โดยใช้ใบตองทำกระทงใส่อาหารเพื่อลดขยะ

นับจากนี้อีกกว่า 2 เดือนเศษเมื่อแปลงนาเขียวขจีกลายเป็นทุ่งข้าวสีรวงทอง ที่นี่จะเปิดลงแขกเกี่ยวข้าว โดยให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชาวนาลงมือเกี่ยวด้วยตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

เรื่องและภาพ จันทร์จิรา พงษ์ราย ไทยพีบีเอสออนไลน์ 

กลับขึ้นด้านบน