เครือข่ายภาคประชาชนล่ารายชื่อดันกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง คสช.

เครือข่ายภาคประชาชนล่ารายชื่อดันกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง คสช.

เครือข่ายภาคประชาชนล่ารายชื่อดันกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง คสช.

รูปข่าว : เครือข่ายภาคประชาชนล่ารายชื่อดันกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง คสช.

ตัวแทนภาคประชาชน รวบร่วมลงชื่อเสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. อย่างน้อย 35 ฉบับ ที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพ สิทธิทางการเมืองของประชาชน

วันนี้(15 ม.ค.2560) เครือข่ายภาคประชาชนจำนวน 24 กลุ่ม นำโดยนายจอน อึ้งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) รวมทั้งกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กลุ่มขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย กลุ่มสลัมสี่ภาค และอื่นๆ ร่วมแถลงประกาศเจตนารมณ์ทวงคืนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ ภายใต้หัวข้อ "ปลดอาวุธ คสช.ทวงคืนสถานการร์ปกติ" ที่ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ด้วยการเสนอร่างกฎหมายให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. 35 ฉบับ ด้วยเหตุผลว่า ถูกริดรอนสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และสิทธิชุมชน และสถานการณ์ของประเทศขณะนี้เข้าสู่ภาวะปกติ ขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ประกาศการจัดการเลือกตั้งแล้ว

เครือข่ายจะรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10,000 รายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 บัญญัติไว้ เพื่อเสนอร่างกฎหมายให้สภาผู้แทนราษฎร หลังได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งคสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสาธารณะรวม 35 ฉบับ เช่น คำสั่งฉบับที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจทหารเรียกตัวประชาชนมารายงานตัวและควบคุมในสถานที่ปิดลับโดยไม่ตั้งข้อกล่าวหาเป็นเวลา 7 วัน

เครือข่ายยืนยันที่จะไม่ยื่นร่างกฎหมายต่อ สนช.เนื่องจากไม่ไว้วางใจต่อ สนช. ที่แต่งตั้งโดย คสช. พร้อมยกเลิกความผิดให้กับเจ้าหน้าที่ และแม้ว่า คสช.มีแนวคิดที่จะออกคำสั่ง คสช.ฉบับสุดท้าย เพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช.ทุกฉบับ เมื่อสถานการณ์การเมืองเป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ แต่เครือข่ายยังไม่ไว้วางใจว่าคำสั่งต่างๆ จะถูกแปรไปเป็นกฎหมายฉบับถาวรหรือไม่

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายที่จะเสนอชื่อ ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฉบับประชาชน มีเนื้อหา 6 มาตรา และบทเฉพาะกำหนดให้มีผลบังคับกับคดีตามคำสั่ง คสช.ให้ถือว่าจำเลยที่เคยต้องคำพิพากษาไม่มีความผิดและให้ปล่อยตัวและคืนค่าปรับที่จำเลยชำระต่อศาล และบุคคลพลเรือนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลทหารให้โอนย้ายมายังการพิจารณาของศาลยุติธรรม

กลับขึ้นด้านบน