แกะรอยเบาะแส "มือปืนไรเฟิล" ยิงช้างป่ากุยบุรีตาย

แกะรอยเบาะแส "มือปืนไรเฟิล" ยิงช้างป่ากุยบุรีตาย

แกะรอยเบาะแส "มือปืนไรเฟิล" ยิงช้างป่ากุยบุรีตาย

รูปข่าว : แกะรอยเบาะแส "มือปืนไรเฟิล" ยิงช้างป่ากุยบุรีตาย

กรณีช้างป่ากุยบุรีถูกยิงตาย 1 ตัว ขณะนี้ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นฆ่าชิงงา และไล่พ้นพื้นที่การเกษตรคาดภายใน 1-2 วันจะได้เบาะแสผู้ก่อเหตุหลังตรวจเจอกระสุนปืนไรเฟิล และลูกปราย ส่วนสีดอแดง ยังหากินในฝั่งกัมพูชา เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ช่วยดูแล และเตรียมผลักดันกลับไทย

วานนี้ (15 ม.ค.2561) นายนิธิ อาจสมรรถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า กรณีช้างป่าตายท้องที่หมู่ 8 บ้านพุบอน ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีมสัตวแพทย์ เข้าตรวจสอบพื้นที่ และซากช้างป่า พบมีโลหะฝังอยู่ในร่างช้าง 2 จุด คือบริเวณขมับซ้ายและสะโพกซ้าย สัตวแพทย์ได้ผ่าพิสูจน์พบโลหะขนาด 8-9 มิลลิเมตรคาดว่าเป็นกระสุนปืนไรเฟิลบริเวณขมับซ้าย และกระสุนลูกปรายบริเวณสะโพกซ้าย

สัตวแพทย์ได้ผ่าชันสูตรเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ ปอด ตับ ม้าม และอาหารในกระเพาะส่งตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุการตาย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุการตายน่าจะเกิดจากการติดเชื้อแทรกซ้อนจากระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการถูกยิงที่ขมับซ้าย

ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 ตรวจสอบหัวกระสุนที่พบบริเวณขมับเหนือเบ้าตาซ้ายพบเป็นกระสุนที่สามารถยิงได้จากปืนเอ็ม 16 ปืนอาก้า และปืนไรเฟิล ก่อนจะนำเกลียวกระสุนไปเทียบเคียงกับประวัติอาวุธปืน คาดใน 1-2 วันนี้จะมีความคืบหน้า

ทั้งนี้ตำรวจ แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ออกหาข่าวในพื้นที่ เบื้องต้นเชื่อว่าอาจมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มล่าช้างเอางา และกลุ่มคนในพื้นที่ ซึ่งมีเจตนาไล่ช้างป่าออกจากพื้นที่ทำกิน ดังนั้นจึงยังไม่ตัดประเด็นไหนทิ้งในการสอบสวนหาคนกระทำความผิด

ช้างสีดอแดง ยังอยู่ฝั่งกัมพูชา

ส่วนกรณีที่ "สีดอแดง" ช้างป่าอายุประมาณ 16 ปีที่ปกติจะอาศัยหากินอยู่ระหว่าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวาย จ.จันทบุรี กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ได้เดินข้ามเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ออกมา แต่มีรายงานว่า สีดอแดงได้รับการดูแลอย่างดี จากเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ของกัมพูชา แจ้งว่า พลายสีดอแดงยังอยู่ในพื้นที่เขาชะมอบัง ซึ่งเป็นรอยต่ออำเภอมาลัย และอำเภอสำเภาลูน และอยู่ห่างจากเขตประเทศไทยประมาณ 25 กิโลเมตร โดยยังออกหากินพืชไร่ของชาวบ้านตลอดเวลา

ก่อนหน้านี้สีดอแดง ได้ถูกไล่ต้อนเพื่อกลับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ เนื่องจากออกนอกพื้นที่ป่ามาหากินอยู่ที่บ้านคลองไก่เถื่อน อ.คลองหาด และต่อมาพบว่าวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา สีดอแดง เดินมาถึงบ้านคลองหว้า ต.ทับพริก แล้วหายตัวเข้าไปในป่าใหญ่ กระทั่งมาพบเดินอยู่บนถนนเพื่อความมั่นคง ระหว่าง 2 ประเทศ

โดยมีความพยายามผลักดันให้กลับเข้าฝั่งไทย แต่สีดอแดง กลับเดินข้ามไปประเทศกัมพูชา เบื้องต้นได้มีกาประสานทหาร ตำรวจฝั่งกัมพูชา ให้ดูแลและติดตามพฤติกรรมพลายสีดอแดง โดยสีดอแดง ยังคงเดินข้ามอำเภอไปมา อยู่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย

 

กลับขึ้นด้านบน