ชาวเพชรบุรีค้านสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ชี้ไม่จำเป็น-อยู่ใกล้ชุมชน-กระทบพื้นที่เกษตร

ชาวเพชรบุรีค้านสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ชี้ไม่จำเป็น-อยู่ใกล้ชุมชน-กระทบพื้นที่เกษตร

ชาวเพชรบุรีค้านสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ชี้ไม่จำเป็น-อยู่ใกล้ชุมชน-กระทบพื้นที่เกษตร

รูปข่าว : ชาวเพชรบุรีค้านสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ชี้ไม่จำเป็น-อยู่ใกล้ชุมชน-กระทบพื้นที่เกษตร

ชาวเพชรบุรีทวงนายกรัฐมนตรี หลังยื่นหนังสือคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในพื้นที่ ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด พร้อมระบุไม่มีความจำเป็น, อยู่ใกล้ชุมชน และกระทบพื้นที่เกษตร

วันนี้ (16 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนรักบ้านเกิด จ.เพชรบุรี นำโดย นายธีระศักดิ์ เพชรสุก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด พร้อมชาวบ้าน ร้องเรียนสื่อมวลชน ออกมาทวงถามถึงความคืบหน้า ภายหลังได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านกรณีที่บริษัทเอกชนรายหนึ่งเตรียมลงทุนที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าบริเวณหลังวัดเขาทะโมน ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ หลังจากที่เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2560 ได้เคยมายื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรีที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาลแล้วครั้งหนึ่ง

โดยหนังสือได้เรียกร้องให้รัฐบาลไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 กรณีบริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป จำกัด ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ณ บ้านเขาทะโมน หมู่ที่ 9 ต.บ้านเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี พร้อมกล่าวถึงเหตุผลสำคัญในการคัดค้านหลายประการ อาทิเช่น สถานที่ที่กำลังดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะนั้นไม่เหมาะสม เนื่องจากอยู่ใกล้กับเขตชุมชน วัด โรงเรียน และวิทยาลัยการอาชีพบ้านลาด ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย เหตุรำคาญ หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งตามหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ต้องไม่อยู่ในระยะ 300 เมตรจากพื้นที่ชุมชน

 

 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าพื้นที่ของ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป จำกัด ที่ขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างนั้นมีขนาดประมาณ 40 ไร่ ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอต่อการก่อสร้างอาคารโรงงาน พื้นที่ใช้สอยรอบตัวอาคาร บ่อบำบัดน้ำเสีย อีกทั้งโดยรอบของพื้นที่ที่ขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างโรงงานนั้นเป็นลำห้วยสาธารณะและพื้นที่เกษตรด้วย จนอาจส่งผลให้ต้องไปเบียดบังน้ำของเกษตรกรในพื้นที่ที่จะต้องใช้น้ำเพื่อการเกษตร มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้พื้นที่ทำนาข้าว และเริ่มมีการทำเกษตรอินทรีย์บางส่วนตามนโยบายรัฐบาล รวมไปถึงน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคด้วย

ในหนังสือร้องเรียนยังระบุอีกว่า พื้นที่ของบริษัทที่ขอใช้เป็นโรงงานกำจัดขยะนั้นมิได้กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการขยะมูลฝอยใน จ.เพชรบุรี พ.ศ.2559-2560 และแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอย จ.เพชรบุรี พ.ศ.2558-2562 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2560 ประชาชนในพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี โดยให้เหตุผลประกอบว่าโรงงานแปรรูปขยะเป็นกระแสไฟฟ้าที่อยู่เดิม 1 โรง ที่ อ.ท่ายาง มีกำลังความสามารถสูงกว่าปริมาณขยะภายใน จ.เพชรบุรี ที่มากเพียงพออยู่แล้ว แต่ประชาชนที่ลงชื่อคัดค้านในครั้งนั้นกลับถูกข่มขู่คุกคามโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เกิดความหวาดกลัวว่าการแสดงตนออกมาคัดค้านนั้นมีความผิด แต่กลับไม่แจ้งความผิดที่ชัดเจน หรือไม่แจ้งข้อกล่าวหา เข้าข่ายการใช้อำนาจรัฐข่มขู่คุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชนหรือไม่

 



"ชาวบ้านในพื้นที่ต่างมีความหวังว่า รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดจน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะสามารถคลี่คลายปัญหาในเรื่องนี้ไม่ให้ลุกลามบานปลายใหญ่โตได้ เพราะในอนาคต หากเกิดปัญหาเรื่องมลพิษ โดยมีต้นเหตุมาจากการบริหารจัดการขยะของบริษัทที่ขาดคุณสมบัติ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ และไม่ได้มาตรฐานในระดับสากล คงไม่มีผู้มีอำนาจในรัฐบาลนี้คนใดอยากถูกพิพากษาหรือถูกจารึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้บ้านเมืองนี้เกิดความวิบัติฉิบหาย เพราะมิอาจระงับยับยั้งคนมีเส้นที่ได้รับความคุ้มครองได้ แล้วไม่ใช่แค่ชาวบ้านเท่านั้นที่ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมจากการถูกกดขี่ข่มเหง แต่ข้าราชการตงฉินบางคนที่ไม่ยอมทำตาม ก็ถูกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวอีกด้วย" หนังสือร้องเรียน ระบุ

ด้านนายชัชวาล สุขเมือง อายุ 39 ปี หมู่ 9 ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีใครทราบว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ ซึ่งเป็นการตั้งข้อสงสัยว่ามีเจตนาที่จะหลบเลี่ยงการดำเนินการบางประการหรือไม่ เพราะทราบมาว่าหากกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้า 10 เมกะวัตต์จะต้องทำประชาพิจารณ์ แต่ บริษัทขออนุญาตทำการผลิตไฟฟ้าเพียง 9.9 เมกะวัตต์ ทำให้มองว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้นไม่บริสุทธิ์ใจ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีนักการเมืองชื่อดังของ จ.เพชรบุรี เป็นธุระไกล่เกลี่ยประสานงานให้กับบริษัทที่ได้รับการก่อสร้างทั้งในทางลับและในทางแจ้ง จึงกลายเป็นข้อครหาว่าการเข้ามาดำเนินการการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลหรือเปล่า ซึ่งส่วนตัวก็จะคัดค้านจนถึงที่สุด

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน