"ชูวิทย์" ให้ข้อมูลตำรวจเปิดเบื้องลึก "วิคตอเรีย ซีเครท"

"ชูวิทย์" ให้ข้อมูลตำรวจเปิดเบื้องลึก "วิคตอเรีย ซีเครท"

"ชูวิทย์" ให้ข้อมูลตำรวจเปิดเบื้องลึก "วิคตอเรีย ซีเครท"

รูปข่าว : "ชูวิทย์" ให้ข้อมูลตำรวจเปิดเบื้องลึก "วิคตอเรีย ซีเครท"

"ชูวิทย์" ให้ข้อมูลเชิงลึกกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รองผบ.ตร.เกี่ยวกับสถานบริการ วิคตอเรีย ซีเครท ขยายผลและเชื่อมโยงหาเจ้าของประกอบการตัวจริง ขณะที่ดีเอสไอ ยืนยันไม่มีใบสั่งการเมืองบุก แต่มีหลักฐานการค้ามนุษย์แน่น

วานนี้ (17 ม.ค.2561) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางมายังที่กองบังคับการปราบปราม หลังจากเชิญ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เข้าให้ปากคำในฐานะพยานคดีค้ามนุษย์ เนื่องจากเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นอดีตเจ้าของกิจการสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท โดยนายชูวิทย์ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารการก่อตั้งและขายกิจการ

โดยก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ออนเซน และกรรมการผู้ขอใบอนุญาตเปิดสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท เป็นเพียงนอมินี มีชื่อเป็นผู้ถือใบอนุญาต แต่ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ขณะที่ข้อมูลต่าง ๆ คณะทำงานจะนำไปวิเคราะห์เพื่อเชื่อมโยงและนำไปสู่การสืบสวน โดยยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ ขณะนี้สอบปากคำแล้ว 90 ปากและศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คน ในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ และข้อหาอื่นอีก รวม 10 ข้อหา ตามที่พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ ส่วนการโอนสำนวนคดีค้ามนุษย์ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตำรวจพร้อมที่จะโอนสำนวนการสอบสวนให้ ซึ่งอยู่ระหว่างรอประสานอย่างเป็นทางการ

"ดีเอสไอ"ยืนยันไม่มีใบสั่งการเมือง

ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า มีการ เมืองอยู่เบื้องหลังการจับกุมคดีค้ามนุษย์ ในสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท โดยระบุว่าการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุม เป็นไปตามข้อมูลหลักฐานที่ได้จากการสืบสวนสอบสวนและการแฝงตัวเข้ารวบรวมหลักฐานภายในที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ไม่มีข้อสั่งการจากใครไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม หรืออธิบดีดีเอสไอ ก็ไม่เคยเข้ามาสั่งการใด ๆการเข้าตรวจค้นและจับกุม เพราะมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงการกระทำความผิดที่ชัดเจน

ขณะที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง คุมตัวน.ส.ศศิธร  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดาในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ และข้อหาอื่นรมทั้งหมด 13 ข้อหา ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญารัชดา โดยท้ายคำร้องตำรวจคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีดังกล่าวมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน  ภายหลังมีคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง






 

กลับขึ้นด้านบน