หุ่นยนต์แทนแรงงาน คนเตรียมตกงาน

หุ่นยนต์แทนแรงงาน คนเตรียมตกงาน

หุ่นยนต์แทนแรงงาน คนเตรียมตกงาน

รูปข่าว : หุ่นยนต์แทนแรงงาน คนเตรียมตกงาน

คนทั่วโลกต้องเตรียมรับมือกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นและจะมาแทนแรงงานคน ซึ่งคาดว่าอาจมีคนตกงานจำนวนมาก หากไม่อยากตกงานก็ต้องปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ให้ทำงานคู่กับหุ่นยนต์ให้ได้

หุ่นยนต์ในโรงงานผลิตรถยนต์ ถูกนำมาใช้แทนแรงงานคนอย่างกว้างขวางตั้งแต่ 40 ปีก่อน เพราะงานบางประเภทเป็นอันตรายสำหรับคนและยังทำงานได้โดยไม่มีวันหยุดและไม่เรียกร้องขึ้นค่าแรง

ปัจจุบันโลกอยู่ในยุค 4.0 มีความจำเป็นที่ต้องใช้หุ่นยนต์มาแทนแรงงานคนมากขึ้น สถาบันวิจัยแมคคินซีย์ โกลบอล เปิดเผยว่า คนทำงาน 400-800 ล้านคนจะต้องเปลี่ยนอาชีพภายในปี 2573 เพราะจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีสมองกล (AI)

ข้อมูลจากสมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) ระบุว่า เมื่อปี 2559 มียอดจำหน่ายหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 ซึ่งปีที่ผ่านมาขายหุ่นยนต์ทั่วโลกได้กว่า 300,000 ตัว ซึ่ง 3 ใน 4 ของจำนวนนี้จำหน่ายใน 5 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี ส่วนประเทศกำลังพัฒนาก็ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อหุ่นยนต์มาใช้ในอุตสาหกรรมภาคต่างๆ ได้แก่ ไต้หวัน ไทย อินเดีย เม็กซิโก รวมทั้งอิตาลี และฝรั่งเศส

 

หุ่นยนต์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพสูงขึ้น จากเมื่อก่อนที่ใช้แขนกลทำงานแทนคน แต่ปัจจุบันหุ่นยนต์ทำงานสลับซับซ้อนได้มากขึ้นและทำงานที่ซับซ้อนมากเกินกว่าความสามารถของคนที่จะทำได้ ที่สำคัญ หุ่นยนต์จะทำงานเคียงข้างคนได้ด้วย เรียกว่า Collaborative Robot หรือ Cobot ซึ่งได้รับการออกแบบให้ทำงานแบบมีปฏิสัมพันธ์กับคนและทำงานง่าย ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์ เพราะผู้ใช้งานเพียงแต่กดปุ่มและปล่อยให้หุ่นยนต์ทำงานอัตโนมัติ

Cobot รุ่นใหม่ๆ มีขนาดเล็กจึงเคลื่อนย้ายได้ง่ายและราคาถูกลง ทำให้บริษัทขนาดกลางและเล็กซื้อไปใช้ในกิจการได้ ซึ่งงานหลายๆ ประเภทมีแนวโน้มที่จะถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์มากขึ้น เช่น งานขนส่งภายในโกดัง โรงงานเคมีและพลาสติก รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่บริษัทต่างๆ มีแนวโน้มที่จะนำหุ่นยนต์มาแทนแรงงานคนมากขึ้น คนจึงต้องปรับตัวและเรียนรู้ทักษะการทำงานใหม่ๆ ให้ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้ในอนาคต

แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน