เปิดสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ "เสี่ยกำพล" หลังพัวพันค้ามนุษย์

เปิดสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ "เสี่ยกำพล" หลังพัวพันค้ามนุษย์

เปิดสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ "เสี่ยกำพล" หลังพัวพันค้ามนุษย์

รูปข่าว : เปิดสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ "เสี่ยกำพล" หลังพัวพันค้ามนุษย์

เปิดสายสัมพันธ์ทางธุรกิจของนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือ เสี่ยกำพล หลังจากมีข่าวพัวพันค้ามนุษย์ และศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเชื่อว่าผู้บริหาร วิคตอเรีย ซีเครท ตัวจริง นอกจากนี้ ยังพบว่าเสี่ยกำพลถือหุ้น 4 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ

วันนี้ (22 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีการบุกจับกุมอาบอบนวด วิคเตอเรีย ซีเครท เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 พบหญิงบริการเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ วิคเตอเรีย ซีเครท บริหารโดยบริษัท อมรินทร์ ออนเซน หุ้นส่วนใหญ่ คือ น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ซึ่งถูกออกหมายจับและถูกฝากขังอยู่ในขณะนี้ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2561 ศาลออกหมายจับนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เพราะน่าเชื่อว่าเสี่ยกำพลคือผู้บริหาร วิคตอเรีย ซีเครท ตัวจริง หลังจากซื้อกิจการต่อมาจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าพ่ออ่าง

ทั้งนี้ มีหลายบริษัทที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจกับเสี่ยกำพล แต่หากนับเฉพาะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว เสี่ยกำพลถือหุ้นอยู่ 4 บริษัท คือ 1.บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสี่ยกำพลถือหุ้นลำดับ 1, 2.บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือบริษัท อควา คอเปอร์เรชั่น แปลว่าเสี่ยกำพล ถือหุ้นในนามนิติบุคคลผ่านอควา และถือหุ้นในนามบุคคลเป็นอันดับ 3, 3.บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจจำกัดขยะอุตสาหกรรม เสี่ยกำพลถือหุ้นอันดับ 2 และ 4.บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำบ้าน ทาวน์โฮม เสี่ยกำพลถือหุ้นอันดับที่ 9

ส่วนที่มีการกล่าวถึงเฉพาะ 4 บริษัท เพราะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถ้าวิตอเรีย ซีเครท ค้ามนุษย์จริง เงินไปถึงเสี่ยกำพลจริง เสี่ยกำพลนำไปลงทุนกับบริษัทเหล่านี้หรือไม่ ถ้าจริง แปลว่าตลาดหุ้นจะทำให้เงินสกปรกกลายเป็นเงินสะอาด ขณะนี้เสี่ยกำพลยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ขณะที่ผู้บริหารบริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก ออกมาชี้แจงว่า เสี่ยกำพล ไม่มีส่วนกับการบริหาร เป็นเพียงผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อมโยงไปถึงสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด เนื่องจากบริษัท อควา คอเปอเรชั่น เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนสโมสร และนายธนพล วิระเทพสุภร หรือโจอี้ ลูกชายของเสี่ยกำพล เป็นรองประธานสโมสร โดยมีประธานสโมสร คือนายมิตติ ติยะไพรัช ลูกชายของนายยงยุทธ ติยะไพรัช กลุ่มการเมืองในพรรคเพื่อไทย และตระกูลนี้เป็นเจ้าของเชียงราย ยูไนเต็ดด้วย

อย่างไรก็ตาม บริษัทหรือบุคคลที่กล่าวถึงนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในธุรกิจอาบอบนวด แต่มีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับเสี่ยกำพล ขึ้นอยู่กับว่าเงินจากการค้ามนุษย์สุดท้ายไปทางไปอยู่ที่ใคร เพราะการค้ามนุษย์เป็น 1 ในมูลฐานความผิดเรื่องการฟอกเงิน คนที่ทำเขาก็ต้องหากระบวนการฟอกให้สะอาด

อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับมาที่ความเกี่ยวข้องของเสี่ยกำพลกับสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด ลูกชายของเสี่ยกำพล คือ โจอี้ รองประธานสโมสร ประกาศลาออกไปแล้ว หลังจากพ่อถูกออกหมายจับ ซึ่งมีข้อสังเกตน่าสนใจว่า แม้บริษัท อควา ของเสี่ยกำพล ไม่ใช่ผู้สนับสนุนรายใหญ่ของสโมสร แต่หลังจาก อควา เข้ามาสนับสนุน เมื่อ 2 ปีก่อน เชียงราย ยูไนเต็ด กลับมีเงินทำทีมเพิ่มหลักร้อยล้าน นำมาสู่การซื้อนักเตะราคาแพง

 

 

กลับขึ้นด้านบน