กสม.เสนอให้มีตัวแทนชาวบ้าน ร่วมพิจารณาโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก

กสม.เสนอให้มีตัวแทนชาวบ้าน ร่วมพิจารณาโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก

กสม.เสนอให้มีตัวแทนชาวบ้าน ร่วมพิจารณาโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก

รูปข่าว : กสม.เสนอให้มีตัวแทนชาวบ้าน ร่วมพิจารณาโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก

กสม.เสนอให้มีตัวแทนชาวบ้านที่มีสัดส่วนเท่ากันเข้าไปเป็นคณะทำงานในการพิจารณาทางเลือก โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรัก อ.เชียงคาย จ.เลย

วานนี้ ( 22 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนางเตือนใจ ดีเทศน์ และคณะนายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ ปลัดจังหวัดเลย , นายชัชพงษ์ อาจแก้ว นายอำเภอเชียงคาน , พ.อ.สมหมาย บุษบา เสนาธิการ มณฑลทหารบกที่ 28 , นายวชิระ เอี่ยมละออ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 12 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ จากกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงคาน จ.เลย ได้จัดประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักให้กับประชาชนชาวบ้านกลาง ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ณ วัดโพธิ์ศรีหายโศกบ้านกลาง ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย เนื่องจากชาวบ้านมีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนการละเมิดสิทธิ์ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

นายธนูศิลป์ อินดา ผู้ใหญ่บ้านกลาง ม. 8 กล่าวว่า แม่น้ำเลย มีความสำคัญกับชาวบ้านกลางมาก เรียกได้ว่าเป็นตู้กับข้าวและรายได้ที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น กุ้ง ปลา หอย จากการรวบรวมข้อมูลการหาอยู่หากินของชาวบ้าน พบว่า มีมูลค่าประมาณ 7,260,000 บาท ต่อปี เป็นมูลค่าที่สูงมาก ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ชาวบ้านกลางไม่อยากให้มีโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก เพราะข้อกังวลเรื่องน้ำท่วมพื้นที่หมู่บ้านและพื้นที่การเกษตร เป็นประเด็นหลักของชาวบ้าน เพราะฤดูฝนระดับน้ำจากแม่น้ำโขงจะหนุนน้ำเข้ามายังแม่น้ำเลยและยังปริมาณน้ำจากแม่น้ำเลยตอนต้นที่ไหลผ่านอำเภอและตัวเมืองใหญ่ไหลมารวมกันบริเวณหมู่บ้าน ขยะมูลฝอยไหลสะสมเป็นจำนวนมากบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเลยทุกปี และบางปีต้องใช้รถแม็คโคมาช่วยระบายเศษขอนไม้และขยะออก

วันนี้เราก็ยังไม่ได้คำตอบชัดเจนว่าน้ำจะท่วมหมู่บ้านของเราระดับไหน มีเพียงการนำเอาแผนที่ google map มาอธิบายเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมีการรับผิดชอบอย่างไร จะมีการกักเก็บจากตลิ่งของแม่น้ำระดับไหน และในพื้นที่หัวงานของการก่อสร้างจะมีการชดเชยเยียวยากับชาวบ้านขนาดไหน สิ่งเหล่านี้ชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนแม้จะมีการประชุมร่วมมาแล้ว 2 ครั้ง

นายชาญณรงค์ วงศ์ลา กลุ่มรักษ์เชียงคาน กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมต่อเนื่องจากที่ชาวบ้านได้ร่วมประชุมกับกรมชลประทาน 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยที่ผ่านมาชาวบ้านกลางได้มีการตั้งคำถามต่อโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักที่จะดำเนินการโดยกรมชลประทานจำนวน 18 คำถาม ยกตัวอย่างเช่น ตัวเลข 70% ของผู้เห็นด้วยกับโครงการ กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการเปิดเผยของโครงการ ข้อมูลสถานีสูบน้ำและการใช้น้ำจากโครงการ ให้กรมชลประทานทำ infographic อธิบายการกักเก็บน้ำให้ชาวบ้านเข้าใจอย่างง่าย

อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้กรมชลประทานก็ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ทั้งหมด และยังเป็นการอธิบายด้านเทคนิคเกี่ยวกับโครงการและการก่อสร้าง ซึ่งชาวบ้านก็ยังไม่เข้าใจและแต่ยังไม่สามารถตอบคำถาม

นางเตือนใจ ดีเทศน์ กล่าวว่า ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา โครงการขนาดใหญ่ของรัฐมักจะฟังเสียงของคนสนับสนุนและกีดกันเสียงคนคัดค้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งจริงๆแล้ว หน่วยงานรัฐควรจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการลุ่มน้ำเลยตั้งแต่ต้น ตามหลักการตัดสินใจและมีส่วนร่วมตามหลักการสหประชาชาติ และการสรุปว่าคนไม่เห็นด้วยแค่ 10 % แต่เขาก็คือคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนคนเห็นด้วย 90 % เขาคือผู้ไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้นชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ควรจะได้รับการเคารพสิทธิการมีส่วนร่วมในการวางแผนและตัดสินใจในการดำเนินโครงการตั้งแต่ต้น

กรมชลประทานควรจะมีการศึกษาทางเลือกในการพัฒนาลุ่มน้ำเลยเพื่อเป็นทางเลือกให้ชุมชน ไม่ใช่การนำใช้มติ ครม.มาดำเนินโครงการซึ่งจะทำให้เกิดปัญหามากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ ชาวบ้านได้เสนอให้มีการยุติการดำเนินโครงการทั้งหมดในพื้นที่ เนื่องจากตอนนี้ชาวบ้านอยู่ในภาวะเครียดกังวลต่อโครงการเป็นอย่างยิ่ง ขอให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาและวางแผนโครงการใหม่ทั้งหมด ผลการประชุมวันนี้คือ มีการเสนอให้มีตัวแทนชาวบ้านที่มีสัดส่วนเท่ากันเข้าไปเป็นคณะทำงานในการพิจารณาทางเลือก มีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาและปรับปรุงแผนการดำเนินโครงการและศึกษาทางเลือกที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2560 คณะรัฐมนตรีได้มีมติ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ) (กรมชลประทาน) ดำเนินการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงคาน จังหวัดเลยประตูระบายน้ำศรีสองรัก (ช่องลัด) เป็นประตูระบายน้ำประเภทบานตรง กว้าง 15.00 เมตร สูง 13.20 เมตร จำนวน 5 ช่อง สามารถระบายน้ำได้ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประตูระบายน้ำในลำน้ำเดิม (แม่น้ำเลย) เป็นประตูระบายน้ำประเภทบานตรง กว้าง 10.00 เมตร สูง 12.50 เมตร จำนวน 2 ช่อง สามารถระบายน้ำได้ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมประตูเรือสัญจร (NAVIGATION LOCK ) กว้าง 10 เมตร ยาว 77

ส่วนระบบส่งน้ำ ประกอบด้วยสถานีสูบน้ำ จำนวน 5 สถานี และระบบท่อส่งน้ำความยาว รวมประมาณ 99 กิโลเมตร แยกเป็นฝั่งขวาและฝั่งซ้ายของแม่น้ำเลย ส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ทั้งโครงการ 72,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 7 ตำบล คือ ต.เชียงคาน ต.นาว่าว ต.ปากตม ต.หาดทรายขาว ต.เขาแก้ว ต.จอมศรี และ ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2566)

กลับขึ้นด้านบน