เปิดเส้นทางฟอกเงินเสี่ยกำพลเชื่อมโยง "หุ้นโพลาร์"

เปิดเส้นทางฟอกเงินเสี่ยกำพลเชื่อมโยง "หุ้นโพลาร์"

เปิดเส้นทางฟอกเงินเสี่ยกำพลเชื่อมโยง "หุ้นโพลาร์"

รูปข่าว : เปิดเส้นทางฟอกเงินเสี่ยกำพลเชื่อมโยง "หุ้นโพลาร์"

วิเคราะห์ความเชื่อมโยง เสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์ เกี่ยวข้อง โพลาริส แคปปิตอล ใช้ชื่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า POLAR ซื้อที่ดินใน จ.พังงา มูลค่าไม่น้อยกว่า 2,900 ล้านบาท

เมื่อ 3 ปีที่แล้วชื่อ เสี่ยกำพล และคนในครอบครัว เคยเข้าไปพัวพันกับการซื้อขายที่ดินของบริษัท โพลาร์ ที่ผู้ถือหุ้นโพลา มองว่ามีพฤติกรรมการไซฟ่อนเงิน หรือการผันเงินของผู้ถือหุ้นไปเข้ากระเป๋าคนบางกลุ่ม

ผ่านมาเกือบ 3 ปี จากเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ถือหุ้น POLAR หลายคนต้องขาดทุนหุ้นเท่าตัว และเป็นการทำธุรกรรมที่มีชื่อ เสี่ยกำพล หรือนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เกี่ยวข้อง บริษัทโพลาริส แคปปิตอล จำกัด ใช้ชื่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า POLAR เดือน มี.ค.2558 พวกเค้าไปซื้อที่ดินใน จ.พังงา มูลค่าไม่น้อยกว่า 2,900 ล้านบาท

การซื้อขายที่ เสี่ยกำพล มีส่วนร่วมกับ บริษัท ซี แซนด์ ซัน เรียล พร็อพเพอร์ตี้ ขายที่ดินผืนนี้ให้ POLAR  ผู้ถือหุ้นบางกลุ่มยังพาดพิงว่า หนึ่งในกรรมการของซี แซนด์ ซัน เรียล พร็อพเพอร์ตี้ ก็คือบุตรชายคนเดียวของเสี่ยกำพล

ผู้ถือหุ้นยังวิจารณ์ว่ามูลค่าที่ดินไม่น้อยกว่า 2,900 ล้านบาท เป็นมูลค่าสูงเกินความจริง และไม่เชื่อว่า การลงทุนในที่ดินมูลค่านี้ จะช่วยให้ผลประกอบการของ POLAR ดีขึ้นในอนาคตได้

ไม่ปรากฎหลักฐานว่า เสี่ยกำพล ได้ผลประโยชน์จากการซื้อขายมากน้อยขนาดไหน เข้าไปเกี่ยวข้องครอบครองส่วนไหนของที่ดินแปลงที่ถูกขาย ผลตรวจสอบของทีมข่าวเฉพาะกิจไทยพีบีเอส ไม่ปรากฎชื่อเสี่ยกำพล บนเอกสารสิทธิ์ที่ดินทุกฉบับ

ช่วงเวลาที่ทำการซื้อขาย เสี่ยกำพล ถือหุ้นใน บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น ที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ในชื่อAQUA ประมาณ 14% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน AQUA ที่มีบริษัทในเครืออย่าง AQUA ADS เข้าไปเกี่ยวข้องกับ POLAR ตั้งแต่ปี 2556

ย้อนกลับไปสมัยที่ POLAR ใช้ชื่อว่า WAT เป็นชื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ บริษัท วธน แคปปิตัลจำกัด ธ.ค.2556 พวกเค้าซื้อหุ้นใน AQUA ADS 105.15 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 279 ล้านบาท ต่อมา WAT ก็เปลี่ยนชื่อเป็น POLAR และขายหุ้นคืนให้ AQUA AD ทั้งหมดเมื่อเดือน มี.ค.2559 มูลค่าซื้อขายครั้งนั้นประมาณ 160 ล้านบาท ซื้อมา 279 ล้าน แต่ขายไปเพียง 160 ล้าน ธุรกรรมนี้ POLAR ขาดทุนถึง 57%

ทั้งหมดสะท้อนความเกี่ยวข้องของเสี่ยกำพล ต่อธุรกรรมของ POLAR ระหว่างปี 2558 ถึง 2559 ผ่านความร่วมมือกับบริษัทอื่น และผ่านบริษัทลูกขององค์กรที่ตัวเองเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกรรมอย่างน้อย 2 ครั้ง ที่มีมูลค่ารวมกันอย่างน้อย 3,100 ล้านบาท

ทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างที่เสี่ยกำพล เป็นเจ้าของกิจการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท นั่นทำให้หมายจับในข้อหาค้ามนุษย์ของเค้า ถูกเจ้าหน้าที่ ขยายผลไปถึงข้อสันนิษฐานด้านการฟอกเงิน

 

กลับขึ้นด้านบน