1 เดือนประกาศห้าม "ประมงม้าน้ำ"ล้อมคอกถูกกีดกันการค้ารอบ 2

1 เดือนประกาศห้าม "ประมงม้าน้ำ"ล้อมคอกถูกกีดกันการค้ารอบ 2

1 เดือนประกาศห้าม "ประมงม้าน้ำ"ล้อมคอกถูกกีดกันการค้ารอบ 2

รูปข่าว : 1 เดือนประกาศห้าม "ประมงม้าน้ำ"ล้อมคอกถูกกีดกันการค้ารอบ 2

"กรมประมง" คาดอีก 1 เดือนเตรียมประกาศห้ามการทำประมงม้าน้ำครั้งแรกในไทย พร้อมเตรียมแจงไซเตส มั่นใจไม่ถูกกีดกันการค้ารอบสอง ยอมรับต้องรอข้อมูลวิชาการ ชนิดพันธุ์เสี่ยงเพื่อประกาศม้าน้ำเข้าบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ห่วงเล็ดลอดลักลอบนำเข้าด่านชายแดนไทย เมียนมา

วันนี้ (24 ม.ค.2561 ) นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้กรมประมง อยู่ระ หว่างการเตรียมเสนอประกาศห้ามทำประมงม้าน้ำ ตามมาตรา 71 ภายใต้พระราชกำหนดประมง พ.ศ. 2558 เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบจับม้าน้ำที่มีในธรรมชาติมาค้าขายเพื่อการค้า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมภายในประเทศ ทำให้เป็นช่องว่าง ทั้งกรณีที่ลูกเรือประมงแอบเก็บม้าน้ำที่ติดมากับอวน และสามารถรวบรวม และนำมาขายให้กับผู้ประกอบการค้ายาจีนโดยตรงได้ง่าย คาดว่าจะใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะประกาศห้ามทำประมงม้าน้ำในประเทศ เป็นครั้งแรก  

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า  ส่วนการเสนอให้ม้าน้ำ 7 สายพันธุ์ เป็นสัตว์คุ้มครอง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือทช. ได้นำเสนอผ่านคณะกรรมการฝ่ายวิชาการพิจารณาสถานภาพสัตว์ป่าที่เป็นสัตว์น้ำตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มีการเสนอรายชื่อเบื้องต้นมาแล้ว 7 ชนิด คือ ม้าน้ำยักษ์ ม้าน้ำหนาม ม้าน้ำแคระ ม้าน้ำดำ แต่ยังไม่มีการประกาศคุ้มครอง เพราะยังต้องรอข้อมูลทางวิชาการที่เพียงพอที่จะสรุปว่าต้องประกาศม้าน้ำกี่สายพันธ์ุเป็นสัตว์คุ้มครอง แต่ยืนยันความล่าช้าไม่ได้เกิดจากกรมประมง

 

ก่อนหน้านี้ไทยเคยอนุญาตให้ส่งออกม้าน้ำได้ถึง 10-15 ตันส่วนใหญ่ปลายทางประเทศจีน จนทำให้ถูกไซเตส ตั้งข้อสังเกตว่ามีการลักลอบจับจากธรรมชาติจนเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ุหรือไม่ ประเด็นนี้ ทำให้ไทยถูกแบลกลิสต์ทางการค้าต้องมีการทบทวนการส่งออกม้าน้ำ และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าและส่งออกม้าน้ำเพื่อการค้าอย่างเด็ดขาด แต่ยอมรับอาจจะมีการลักลอบนำเข้า จากช่องทางด่านชายแดนไทย เมียนมา เวียดนาม และลาว ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการลักลอบเข้ามาได้ง่ายปะปนกับสินค้าอื่นๆ เพราะยังมีความต้องการในกลุ่มร้านค้ายาจีน

นางอุมาพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ไทยเพิ่งหลุดการถูกแบนจากไซเตส ข่าวที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าอาจจะมีผลกระทบบ้างแต่ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นว่ามีมาตรการแก้ปัญหาได้ทันที โดยไทยจะนำเสนอรายงานให้กับไซเตสใน 2-3 ประเด็นคือการเตรียมผลักดันม้าน้ำเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ควบคู่กับการฟื้นฟูประชากรในธรรมชาติ และการประกาศห้ามทำการประมงม้าน้ำในอีก 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งมั่นใจว่าอย่างน้อยไทยก็จะไม่โดนกีดกันทางการค้าจากปัญหาการลักลอบค้าขายม้าน้ำในประเทศ 

 

 

นักวิชาการจี้ประกาศ "ม้าน้ำ" เข้าบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

ด้านนายธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์เฟชบุ๊ก เกี่ยวกับปัญหาคุกคามม้าน้ำว่า ม้าน้ำที่ขายกันทั้งหมดจับมาจากทะเล ยังไม่มีฟาร์มม้าน้ำ ม้าน้ำถูกนำมาเป็นเครื่องยาจีน ตอนนี้มีภัยคุกคามใหม่ ม้าน้ำถูกนำไปจับปิ้งเพื่อขายโดยตรงกับนักท่องเที่ยวชาวจีนคนจีนกินม้าน้ำปิ้งอยู่แล้ว มีขายในเมืองจีนหลายแห่ง คนจีนมาเที่ยวไทยปีละ 10 ล้านคน และมากขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าจะมีการขายในลักษณะนี้มากขึ้น

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เสนอรายชื่อม้าน้ำ 7 ชนิดของไทย เช่น ม้าน้ำดำ ม้าน้ำยักษ์ ม้าน้ำหนาม ที่อยู่ในบัญชี CITES ให้เป็นสัตว์คุ้มครอง ที่ประชุมร่วมทางวิชาการของกรมประมง และกรมทรัพยากรทางทะเลเดือนก.ย. 2560 สรุปว่ายังไม่ควรเสนอชื่อม้าน้ำเป็นสัตว์คุ้มครองให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านประชากรในพื้นที่อนุรักษ์ เทียบกับพื้นที่อนุญาตทำประมงให้ทบทวนปริมาณการส่งออก การห้ามส่งออกน่าจะช่วยได้ ศึกษาเพิ่มเติมกิจกรรมที่คุกคาม โดยเฉพาะเครื่องมือประมงที่ส่งผลกระทบให้ชะลอการเสนอชื่อไว้ก่อน เพื่อรอพรบ.ประมงฉบับใหม่ ที่อาจมีหมวด “สัตว์ป่าควบคุม”

นายธรณ์ ระบุว่า เนื่องจากการจับม้าน้ำมาปิ้งขายแก่นักท่องเที่ยว เป็นภัยคุกคามใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และเมื่อดูจากแนวโน้มแล้ว อาจมีปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายใดๆ ควบคุมการพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะมีภัยคุกคามใหม่เกิดขึ้นมา น่าจะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และการประกาศให้เป็นสัตว์คุ้มครองโดยเร็ว ย่อมช่วยลดผลกระทบได้อย่างตรงสาเหตุอย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน