ระวัง ขโมย “เลขบัตรเครดิต” ซื้อของออนไลน์ สูญเงิน 8 หมื่นบาท

ระวัง ขโมย “เลขบัตรเครดิต” ซื้อของออนไลน์ สูญเงิน 8 หมื่นบาท

ระวัง ขโมย “เลขบัตรเครดิต” ซื้อของออนไลน์ สูญเงิน 8 หมื่นบาท

รูปข่าว : ระวัง ขโมย “เลขบัตรเครดิต” ซื้อของออนไลน์ สูญเงิน 8 หมื่นบาท

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เตือนผู้เสียหายถูกขโมยหมายเลขบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ สูญเงินกว่า 80,000 บาท ขอตรวจสอบค่าใช้จ่าย แต่ถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 6,000 บาท แนะผู้บริโภคปฏิเสธการจ่ายค่าตรวจสอบ เพราะเป็นหน้าที่ของบริษัท

วันนี้ (25 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เสียหายถูกขโมยใช้หมายเลขบัตรเครดิตของบริษัท ซิตี้แบงก์ ซื้อสินค้าออนไลน์สูญเงินเกือบ 80,000 บาท หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้ขอตรวจสอบรายการใช้บัตรเครดิตโดยละเอียด แต่กลับถูกเรียกเก็บเงินค่าตรวจสอบรายการละ 200 บาท ทั้งหมด 30 รายการ รวมเป็นเงิน 6,000 บาท โดยผู้เสียหายได้ร้องเรียนมาทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคให้ช่วยตรวจสอบ


น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  กล่าวว่า กรณีนี้มีข้อสงสัยอยู่หลายประเด็น เนื่องจากบัตรเครดิต ยังอยู่กับผู้บริโภค แต่มีผู้นำเอาหมายเลขบัตรไปใช้สั่งซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม และจ่ายค่าโทรศัพท์ ที่ประเทศสิงคโปร์ และอื่นๆ รวมแล้วเกือบ 30 รายการ เมื่อผู้เสียหายได้ใบแจ้งหนี้มาแล้วพบว่ามีรายการค่าใช้จ่ายกว่า 80,000 บาท จึงได้สอบถามครอบครัว แต่ก็ไม่มีใครนำไปใช้ จึงได้เข้าไปคุยกับบริษัทซิตี้แบงก์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว แต่ทางบริษัทกลับเรียกเก็บค่าตรวจสอบรายการละ 200 บาท โดยระบุว่า รายการใดที่ผู้เสียหายใช้บริการทางบริษัทจะคืนเงินให้ แต่รายการใดที่ไม่ได้ใช้บริการเงิน 200 บาทนั้น จะกลายเป็นเงินกินเปล่า บริษัทก็จะได้เงินฟรี

เนื่องจากบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่มีการควบคุมสัญญา โดยในสัญญาไม่มีข้อใดระบุว่าต้องเสียเงินค่าตรวจสอบรายการค่าใช้จ่าย 200 บาท จึงถือเป็นการดำเนินการเกินเลยต่อข้อสัญญา หากต้องการให้จ่ายค่าตรวจสอบ ทางบริษัทจะต้องแจ้งผู้บริโภคล่วงหน้า 30 วัน ทางมูลนิธิฯ จึงได้แนะนำให้ผู้เสียหายทำหนังสือปฎิเสธเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นหน้าที่ของบริษัทในการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดอยู่แล้ว ขณะนี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบหาผู้ขโมยหมายเลขบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ต่อไป

ล่าสุด มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เรียกร้องให้บริษัท ซิตี้แบงก์ยุติการเก็บเงินที่ผู้บริโภคไม่ได้ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการของตนเอง และให้ใช้มาตรการ charge back เช่นเดียวกับในต่างประเทศ หากไม่มีการใช้บริการจะไม่คิดเงิน หรือสามารถขอเงินคืนได้เต็มจำนวน

และขอให้ยุติการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บัตรเครดิตรายการละ 200 บาท เป็นเงินเกือบ 6,000 บาท ในการตรวจสอบความถูกต้องที่ไม่ได้ใช้งาน โดยชิตี้แบงก์ และธนาคารอื่นๆ ควรช่วยลูกค้าบัตรเครดิต ตรวจสอบว่า มีใครนำบัตรเครดิตไปใช้เพื่อหาทางป้องกันปัญหา หรือโทรศัพท์ อีเมล แจ้งลูกค้า หากมีการใช้งานผิดปกติ เนื่องจากบัตรอยู่กับตัวเองแต่ปรากฎรายการใช้งานโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวเกือบ 30 รายการที่ใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และซื้อสินค้าอื่น ๆ ผ่านธุรกรรมออนไลน์ ถูกเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้ใช้เกือบ 80,000 บาท

 

กลับขึ้นด้านบน