ขึ้นภาษีสุรา-บุหรี่ ร้อยละ 2 หนุนเงินกองทุนผู้สูงวัย

ขึ้นภาษีสุรา-บุหรี่ ร้อยละ 2 หนุนเงินกองทุนผู้สูงวัย

ขึ้นภาษีสุรา-บุหรี่ ร้อยละ 2 หนุนเงินกองทุนผู้สูงวัย

รูปข่าว : ขึ้นภาษีสุรา-บุหรี่ ร้อยละ 2 หนุนเงินกองทุนผู้สูงวัย

กรมสรรพสามิตจะเริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตในสินค้าสุราและยาสูบ เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ2 ของอัตราภาษีสรรพสามิตที่เสียในปัจจุบัน เพื่อนำเงินรายได้ส่งบำรุงเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ปีงบประมาณละไม่เกิน 4,000 ล้านบาท พร้อมเตือนร้านค้าอย่าฉวยโอกาสเอาสต๊อกเก่าขึ้นราคา

วันนี้ (26 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้กรมสรรพสามิตจะเริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตในสินค้าสุราและยาสูบเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 2 ของอัตราภาษีสรรพสามิตที่เสียในปัจจุบัน เพื่อนำเงินรายได้ส่งบำรุงเข้ากองทุนผู้สูงอายุปีงบประมาณละไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ตามที่ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุกำหนดไว้ โดยเงินจะนำไปจัดสรรช่วยเหลือให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ที่อยู่ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณของภาครัฐ ในการรองรับสังคมสูงวัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


นายกฤษฎา กล่าวว่า การขึ้นภาษีจะกระทบต่อต้นทุนราคาสุราและยาสูบบ้างแต่ไม่มาก เริ่มต้นแค่ไม่กี่สิบสตางค์ เช่น เดิมบุหรี่หนึ่งซองเสียภาษีสรรพสามิต 25 บาท จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 50 สตางค์ส่วนจะกระทบต่อราคาขายปลีกในท้องตลาดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ประกอบการและโรงงานยาสูบว่าจะยอมแบกรับภาษีที่เพิ่มขึ้นเองได้หรือไม่

นายกฤษฎา ย้ำว่า หากจะเปลี่ยนแปลงราคาจะต้องเป็นบุหรี่และสุราที่เสียภาษีตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 61 เป็นต้นไป ดังนั้นจึงขอเตือนให้ร้านค้าปลีกค้าส่ง อย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบขึ้นราคาทันทีเพราะส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าสต๊อกเก่าอยู่ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย


ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากกรมสรรพสามิตแจ้งเพิ่มว่าการเก็บภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 2 ในครั้งนี้จะครอบคลุมทั้งบุหรี่ที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ ไวน์ ซึ่งประเมินว่าจะทำให้มีรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นในปีนี้ประมาณ 4,200 -4,600 ล้านบาท จากฐานรายได้การเก็บภาษีสุราและบุหรี่ที่อยู่ประมาณปีละ 2 แสนล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะส่งเข้ากองทุนผู้สูงอายุ 4,000 ล้านบาท ขณะที่ส่วนเกินจะถูกนำส่งเข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน

กลับขึ้นด้านบน