จับตาอาชญากรรมข้ามชาติเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

จับตาอาชญากรรมข้ามชาติเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

จับตาอาชญากรรมข้ามชาติเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

รูปข่าว : จับตาอาชญากรรมข้ามชาติเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

กลุ่มผู้มีอิทธิพลชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย การข่าวเชื่อว่า มาเฟียบางคนมีส่วนวางแผนและให้เงินสนับสนุน กลุ่มก่อความรุนแรงในประเทศเมียนมา และเคยมีปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จเป็นข่าวดังทั่วโลกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ปฏิบัติการโจมตีฐานตำรวจตระเวนชายแดน 3 แห่ง ในรัฐยะไข่ ทำให้ตำรวจเมียนมา เสียชีวิต 9 คน เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ปี 2559 ถูกระบุเป็นฝีมือกลุ่มองค์การความเป็นปึกแผ่นโรฮิงญา ซึ่งต่อมาทางการเมียนมาสามารถจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้หลายคน ในจำนวนนั้นมีบางคนที่ให้การซัดทอด มิสเตอร์เอ็ม ว่าเป็นผู้วางแผนและสนับสนุนเรื่องเงินทุน

ข้อมูลด้านการข่าวระบุว่า มิสเตอร์เอ็ม ทำธุรกิจร้านอาหารในกรุงเทพฯ และเดินทางไปยังเมืองพัทยา จ.ชลบุรี บ่อยครั้ง ซึ่งหน่วยข่าวของไทยพยายามตรวจสอบ แต่ยังไม่พบพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของไทย จึงดำเนินคดีได้เพียงครอบครองบารากู่ ซึ่งมีโทษเพียงเล็กน้อยแต่การประสานจากประเทศเพื่อนบ้านทำให้หน่วยงานความมั่นคงของไทย เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแหล่งที่อยู่ของชาวต่างชาติ ซึ่งเมืองพัทยาคือหนึ่งในเป้าหมายหลัก เพราะบ่อยครั้งที่มีการจับกุมชาวต่างชาติที่กระทำความผิดในต่างประเทศแล้วหลบหนีเข้ามาพักในเมืองพัทยา

ในสมาชิกกลุ่มชาวต่างชาติ มีหลายคนที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายมาเฟีย ข่มขู่ รีดทรัพย์ เก็บค่าคุ้มครองเพื่อนร่วมชาติ บางคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่โด่งดังมากสุดคือกลุ่ม เฮลล์แองเจิ้ล และแบนดิโดส กลุ่มรถฮาเลย์ 2 กลุ่ม ที่เคยใช้บริเวณหาดจอมเทียน และพัทยาใต้ เป็นจุดรวมตัว

ตำรวจตรวจสอบประวัติกลุ่มเฮลล์แองเจิ้ลและพบ 8 คน เป็นชาวอังกฤษ 1 คน แคนาดา 1 คน ที่เหลือเป็นชาวออสเตรเลีย มีหมายจับในประเทศต้นทาง มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ จึงยกเลิกวีซ่า และควบคุมตัวเพื่อผลักดันออกนอกประเทศได้แล้ว 5 คน อีก 3 คน หลบหนีออกจากพื้นที่พัทยาแล้ว

ส่วนสมาชิกที่เหลือกระจัดกระจายออกนอกพื้นที่และหลายคนเลือกที่จะเก็บตัวเงียบในบ้านพักกับภรรยาชาวไทย นอกตัวเมืองพัทยา โดยเฉพาะในย่านตำบลหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบหากพบใครอยู่เกินกำหนดจะผลักดันออกนอกประเทศทันที

 

กลับขึ้นด้านบน