ศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลายึดทรัพย์ "ยิ่งลักษณ์" 35,000 ล้านบาท

ศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลายึดทรัพย์ "ยิ่งลักษณ์" 35,000 ล้านบาท

ศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลายึดทรัพย์ "ยิ่งลักษณ์" 35,000 ล้านบาท

รูปข่าว : ศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลายึดทรัพย์ "ยิ่งลักษณ์" 35,000 ล้านบาท

ศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลาคำสั่งยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 35,000 ล้านบาท จากคดีจำนำข้าว ขณะที่ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เตรียมใช้สิทธิโต้แย้ง หากพบว่ามีการกระทำนอกกรอบของกฎหมาย

เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.2561) ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 4 คน ที่สั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 35,000 ล้านบาท จากคดีรับจำนำข้าว

โดยศาลเห็นว่าเมื่อพิจารณาคำขอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ได้ยื่นไว้เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 และข้อเท็จจริงจากการชี้แจงของคู่กรณี รวมถึงกรมบังคับคดีแล้วเห็นว่า แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะอ้างเหตุความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งเรียกให้ชดใช้เงินหลายประการ แต่เป็นประเด็นที่ศาลจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อพิพากษาคดีต่อไป

ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่าได้มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองในการยึดอายัดทรัพย์สินบางรายการไปแล้ว ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ยากแก่การเยียวยาภายหลังนั้น เห็นว่านอกจากกระทรวงการคลังจะมีศักยภาพในการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในภายหลัง หากศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งพิพาทแล้ว

 

 

ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่าบัญชีเงินฝากทั้ง 16 บัญชี ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นต่อ ป.ป.ช.เมื่อพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี จำนวนกว่า 24 ล้านบาท แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อายัด พบว่ามีเงินเหลือในบัญชีประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ชี้แจงประเด็นนี้ต่อศาล จึงเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจริง

ประกอบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้อุทธรณ์การบังคับทางปกครอง จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าหากศาลไม่มีคำสั่งทุเลา จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จนยากแก่การเยียวยาภายหลัง ศาลจึงไม่มีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาตามคำขอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ มีรายงานว่า มติดังกล่าวเป็นมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2

นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า จากนี้ ต้องดูการบังคับคดีของกรมบังคับคดีตามคำสั่งหัวหน้า คสช. แต่หากพบว่าทำนอกกรอบกฎหมาย ก็จะใช้สิทธิโต้แย้งใหม่ พร้อมเตรียมต่อสู้ว่าการออกคำสั่งไม่ชอบอย่างไร

ทั้งนี้ ทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้ไม่ให้เคลื่อนย้ายถ่ายเท แต่ยังไม่ได้ยึดขายทอดตลาด โดยทรัพย์สินที่เคยยื่นคำร้องขอให้ระงับไว้ในครั้งแรกและครั้งที่ 2 คือบ้านพัก และบัญชีเงินฝากประมาณ 12-13 บัญชี

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน