สัปดาห์นรกวัดใจ 37 ชีวิตสู่ "หน่วยซีล"

สัปดาห์นรกวัดใจ 37 ชีวิตสู่ "หน่วยซีล"

สัปดาห์นรกวัดใจ 37 ชีวิตสู่ "หน่วยซีล"

รูปข่าว : สัปดาห์นรกวัดใจ 37 ชีวิตสู่ "หน่วยซีล"

ติดตามภารกิจการฝึกหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกที่สุดโหด เพื่อป้องกันการก่อการร้าย การหาข่าวลับ ช่วยผู้ประสบภัยทางทะเล นักเรียนรุ่นล่าสุดมีผู้เข้ารับการฝึก 37 คน แต่เหลือ 31 คนเพราะถอนตัวระหว่างการฝึก

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้ร่วมติดตามภารกิจการฝึกหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล หรือมนุษย์กบ ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกที่สุดโหด นักเรียนรุ่นล่าสุดมีผู้เข้ารับการฝึก 37 คน ซึ่งขณะนี้เหลือ 31 คน

ภารกิจการฝึกต่อเนื่องยาวนาน 5 วัน 5 คืน หรือ 120 ชั่วโมง แบบไม่ได้หลับ-ไม่ได้นอน ที่เรียกว่าสัปดาห์นรก ของเหล่านักเรียนหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม  นักเรียนหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจมทั้ง 37 นาย จะต้องเจอกับสารพัดปัญหา ทั้งการแช่น้ำทะเลในบ่อน้ำแข็ง การเฝ้าโลงศพ พ่ายเรือยาง แบกเรือยางข้ามสิ่งกีดขวาง หรือแบกท่อนซุง เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ

 


และสิ่งสำคัญของภารกิจ จะสำเร็จได้ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม เพราะถ้าคนใคร คนใดคนหนึ่งเอาเปรียบ อาจทำให้ภารกิจนั้นไม่สำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นการฝึกจะต้องหล่อหลอมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อรองรับกับภารกิจที่หลากหลายมิติในอนาคต

 

 

ทั้งการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายการก่อวินาศกรรม การจิตวิทยา การข่าวลับ การค้นหา และทำ ลายวัตถุระเบิด รวมถึงภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล และการอารักขา-รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ จึงทำให้การฝึกในหลักสูตรนี้ ค่อนข้างหนัก และพิเศษกว่าหลักสูตรอื่น

 

 

และตลอดช่วงระยะเวลาของการฝึกนักเรียนหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจมคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ร่างกายจะต้องเจอกับสภาพความเจ็บปวดทรมาน ความเหนื่อยล้า หรือแม้แต่ความหิวโหย รวมถึงความอดทนต่อแรงกดดัน-บีบคั้นจากครูผู้ฝึกสอน แม้จุดมุ่งหมายคือแรงกระตุ้น เพื่อให้บรรลุภารกิจก็ตาม

 

 

และระฆัง คือสัญญลักษณ์เดิมพันของหลักสูตรนี้ หากใครถอดใจไม่ไปต่อ ก็สามารถลั่นระฆังได้ตลอดเวลา และที่สุดแล้วก็มี 6 นาย ถอดใจจากสัปดาห์นรก ทำให้เวลานี้นักเรียนหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจมรุ่นนี้ เหลือ 31 นาย

 

 

และนี่คือสภาพของว่าที่มนุษย์กบ ที่ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการพักผ่อนด้วยการหลับตา โดยที่ต้องคาบไม้พาย ที่เป็นอุปกรณ์ติดตัว พร้อมหมวก และเสื้อชูชีพ เพื่อแสดงออกถึงความพร้อมอยู่ตลอดเวลาของการฝึก

 

นอกจากนี้จะมีการทดสอบความจำด้วยการบวกเลข หรือแม้แต่นับตัวเลขเดินหน้า และถอยหลัง เพื่อเป็นการฝึกสมาธิ หากเกิดกรณีฉุกเฉินร ะหว่างการปฏิบัติการจริงในพื้นที่สงคราม ซึ่งแต่ละคนที่เข้ามาฝึกจะไม่มีชื่อ หรือ มียศ แต่จะใช้รหัส เอ ถึง แซด เป็นโค้ชรับใช้

กลับขึ้นด้านบน